
บริหารองค์กร ให้คิดบวก
เมื่อองค์กรใดบริหารคน บริหารงานด้วยการคิดบวก พนักงานมีความสุขและมีไฟในการทำงาน
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
เมื่อองค์กรใดบริหารคน บริหารงานด้วยการคิดบวก พนักงานมีความสุขและมีไฟในการทำงาน สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่เกิดขึ้น องค์กรก็จะเติบโตแข็งแกร่งและมั่นคง นั่นคือแนวคิดของ “บุญเกียรติ โชควัฒนา” พลิกชีวิตคิดบวกด้วยคำสอนของพ่อ นำมาปรับใช้บริษัทไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล
บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า การคิดบวกกับการบริหารคน บริหารงาน จุดเริ่มต้นผู้บริหารสูงสุดหรือระดับประธานบริหารต้องคิดบวกก่อน (Positive Thinking) เพื่อเป็นต้นแบบให้พนักงานภายในองค์กรได้เห็นก่อน กระทั่งลงไปถึงแผนกบุคคล ก็ต้องเป็นหน่วยงานที่คิดบวก รู้จักคำว่าคิดบวกเป็นอย่างไร เพราะเป็นประตูด่านแรกของการคัดเลือกพนักงานที่มีทัศนคติคิดบวกเข้ามาทำงาน
กลยุทธ์บริหารองค์กรให้คิดบวก ต้องสร้างให้พนักงานมีทัศนคติการทำงานที่ดี ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ครอบครัวพนักงาน เมื่อสถาบันครอบครัวดี ทำงานก็ดีด้วย ผมจำปรัชญาที่พ่อสอน (นายห้างเทียม โชควัฒนา) ได้ว่า ต้นไม้ใหญ่เราต้องเป็นร่มเงาให้กับคนและสัตว์ การทำงานให้บรรลุเป้าหมาย ต้องมีความรัก ความเมตตา บางคนก็สอนง่าย บางคนก็สอนยาก พนักงานที่เชื่องช้าก็ต้องแนะนำวิธีการทำงาน ไม่ใช่ตัดพนักงานทิ้ง
ปัจจุบันการบริหารคน บริหารงานในบริษัทชั้นนำ ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างยิ่งยวด เพราะคนรุ่นใหม่ถูกหล่อหลอมให้มีความคิดสร้างสรรค์ สร้างความแตกต่าง และคิดออกนอกกรอบ ส่งผลให้ความเป็นเอกเทศขององค์กรน้อยลง ความคิดแตกแยก ในกรณีนี้ผู้บริหารต้องชูเป้าหมายขององค์กรให้มีความชัดเจน เพื่อให้พนักงานมีทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น เป้าหมายในระยะยาวขององค์กร ยอดขายและกำไร เพราะบริษัททุกปีต้องโต ถ้าไม่โตบริษัทก็จะอยู่ไม่ได้
ข้อดีของการบริหารงานภายในองค์กรให้พนักงานคิดบวก คือ เป็นการปลุกจิตให้มีพลัง เมื่อมีปัญหาเข้ามาก็จะคิดบวกและหาทางแก้ไข กล้าเผชิญกับปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและผลักดันให้องค์กรเติบโตแข็งแรงและมั่นคงในระยะยาว แต่หากพนักงานคิดลบเมื่อไหร่ ความคิดสร้างสรรค์ไม่มี มองว่าปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ องค์กรเหล่านั้นถึงอาจกับสั่นคลอนได้เลยทีเดียว
“ตอนผมเป็นเด็ก ได้รับอิทธิพลไม่เป็นบวกมาเยอะ แม่ชอบเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นๆ คนนั้นเก่งกว่าด้านโน้นด้านนี้ การถูกเปรียบเทียบเยอะๆ นานๆ ทำให้ผมมีทัศนคติคิดในเชิงลบอยู่มาก แต่พอโตขึ้นกลับได้แนวคิดบวกจากการที่พ่อเป็นผู้สอน พ่อไม่เคยให้ลูกคิดลบเลย เมื่อมีใครมาแกล้งเราก็ไม่เคยไปว่าตำหนิติเตียนใคร เพราะพ่อคิดบวกตลอดเวลา อย่าโลภ มีความซื่อสัตย์ ใครทำความดีกับเราต้องจดจำ”
แนวคิดที่พ่อสอนให้คิดบวก เริ่มต้นต้องหาจุดที่เราดีและเหนือกว่าคนอื่น นำจุดดีมาพัฒนาให้เรามีความสามารถจนเก่ง แต่สิ่งสำคัญของคิดบวกหรือไม่นั้น อยู่ที่จิตใจของเราเองมากกว่า ผมไม่เคยคิดอิจฉาคนมาตั้งนานแล้ว ไม่ว่าคนนั้นจะเก่งมีความสามารถมากกว่า รวยมากกว่าก็ตาม และในฐานะประธานกรรมการบริหารของบริษัท ไอ.ซี.ซีฯ หากทำอะไรต้องให้ความสำคัญพนักงานทุกคนภายในองค์กรเท่าๆ กัน เพราะเปรียบเสมือนเป็นฟันเฟืองของระบบธุรกิจทั้งหมด
ทุกวันนี้กล้าพูดเต็มปากเต็มคำว่า ภาพลักษณ์เดิม“บุญเกียรติ โชควัฒนา” ในช่วงวัยเด็ก จากคิดลบได้หมดไป และการเปลี่ยนทัศนคติมาคิดบวกทุกเรื่อง สามารถทำอะไรหลายอย่างที่ไม่กล้าทำ เมื่อลงมือทำก็สามารถทำได้ ทั้งในเรื่องของตนเอง และบางทีก็ทำเพื่อคนอื่นๆ
หลักการคิดบวกของผม “ทุกปัญหามีทางแก้ ทุกคำถามมีคำตอบ” การทำงานของผมมาค่อนชีวิตแล้ว ไม่เคยพูดคำว่า งานยาก เหนื่อย เสียดาย เพราะมองว่าทุกอย่างมีทางแก้ พระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ว่า ให้คิดดี ทำดี พูดดี ต้องเข้าใจว่าการคิดบวกเป็นเรื่องดี
ความท้าทายของการบริหารคน บริหารงานให้คิดบวก คือ การทำอย่างไรให้เกิดการคิดบวกในทุกสถานการณ์ และต้องพึงระลึกว่า การคิดบวกไม่ใช่จะช่วยแก้ปัญหา แต่จะช่วยทำให้มองถึงปัญหาว่าสามารถแก้ได้ หากเชื่อว่าแก้ได้โอกาสประสบความสำเร็จก็มีมากกว่า นั่นคือกลยุทธ์บริหารองค์กรหมื่นล้านของเจ้าสัวอาณาจักรสินค้าแฟชั่น บุญเกียรติ โชควัฒนา







