
M-Commerce โอกาส SME ยุคดิจิทัล (จบ)
ฉบับที่แล้วทิ้งท้ายถึงโอกาสและการปรับตัวของ SMEs เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตติดอยู่กับอุปกรณ์ดิจิทัลทั้งมือถือและแท็บเล็ต
ฉบับที่แล้วทิ้งท้ายถึงโอกาสและการปรับตัวของ SMEs เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตติดอยู่กับอุปกรณ์ดิจิทัลทั้งมือถือและแท็บเล็ต
ปี 2016 โอกาสและความท้าทายของ SME ไทยในยุคธุรกิจบนปลายนิ้ว
สำหรับคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจ M-Commerce ในปี 2016 พร้อมทั้งโอกาสและความท้าทายของ SME ไทย มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
1.SME ไทยต้องปรับตัว เพื่อรองรับธุรกิจ M-Commerce ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
สำหรับผู้ประกอบการ SME ไทย ที่มีสัดส่วนการขายทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก จะเห็นว่าตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักๆ ล้วนแล้วแต่เข้าสู่การซื้อขายแบบ M-Commerce แทบทั้งสิ้น จากข้อมูลของ Criteo คาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2015 สัดส่วนการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านอุปกรณ์มือถือทั่วโลกเฉลี่ยจะมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 40 ของการซื้อขายออนไลน์ทั้งหมด โดยมีประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และสหราชอาณาจักรที่มีสัดส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่อัตราร้อยละ 61, 57 และ 45 ตามลำดับ
2.โทรศัพท์มือถือหน้าจอใหญ่จะเข้ามาแทนที่แท็บเล็ต
ทุกวันนี้ค่ายมือถือแต่ละค่ายต่างก็พร้อมใจกันพัฒนาโทรศัพท์มือถือหน้าจอใหญ่ออกมารองรับการใช้งานของผู้บริโภค ซึ่งต้องเข้าใจว่าผู้บริโภคในยุคดิจิทัลนี้ ยังคงสนุกกับการ “ออนไลน์” อยู่ทุกที่ทุกเวลา ผ่านอุปกรณ์ดิจิทัลทั้งหลายที่แต่ละคนครอบครอง นั่นหมายความว่า คือ การออกแบบและพัฒนาสื่อออนไลน์ ทั้งในรูปแบบเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น ต้องคำนึงถึงขนาดหน้าจอที่ปรับเปลี่ยนขนาดไปตามอุปกรณ์ที่ผู้บริโภคใช้อยู่ ณ ขณะนั้นๆ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกที่ดีที่ประทับใจกับสินค้าและบริการของเราผ่านสื่อในรูปแบบและขนาดที่แตกต่างกัน
3.ความสะดวกในการซื้อขายออนไลน์ + ประสบการณ์ช็อปปิ้งในร้านจริง วิถีการตลาดใหม่
นอกเหนือจากการปรับปรุงระบบเว็บไซต์ หรือแม้กระทั่งพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือสำหรับโปรโมทธุรกิจของตนเองแล้ว การปรับปรุงหน้าร้านเพื่อให้มีความสวยงาม พัฒนาระบบลูกค้าสัมพันธ์ และการดำเนินการตลาดเชิงรุก ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยจากการสำรวจของ Goldman Sachs พบว่า ผู้บริโภคทั่วโลกส่วนใหญ่ช็อปปิ้งในร้านค้าจริงและบนโลกออนไลน์ไปพร้อมๆ กัน
ฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการ SME ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมากในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและประสบความสำเร็จทั้งสองส่วน คือ การผสมผสานระหว่างความสะดวกในการซื้อขายออนไลน์ (Mobile Marketing) กับประสบการณ์ช็อปปิ้งในร้านจริง (In-store Experience) อาทิ การส่งข้อความอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำเสนอโปรโมชั่น คูปองส่วนลด รวมถึงการทดลองสินค้า/บริการตัวอย่าง เพื่อให้ลูกค้านำมาใช้ที่ร้านค้า หรือการแนะนำระบบสมาชิก ซึ่งสามารภใช้ได้ทั้งหน้าร้านและบนเว็บไซต์ ตลอดจนการจัดโปรโมชั่นที่น่าสนใจในรูปแบบและช่วงเวลาที่ต่างกัน เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับประสบการณ์ช็อปปิ้งทั้งหน้าร้านและบนโลกออนไลน์
4.ต้องปรับรูปแบบการให้บริการและการตลาดออนไลน์ ตอบโจทย์ 'คนเดียว..แต่มีหลายเครื่อง'
พฤติกรรมผู้บริโภคแบบใหม่ที่เรียกว่า “คนเดียว...แต่มีหลายเครื่อง” ส่งผลให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และรายละเอียดของสินค้า/บริการที่สนใจ มีความหลากหลายทางด้านข้อมูลเฉพาะและวิธีการนำเสนอมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ขณะที่ลูกค้าท่านหนึ่งกำลังสนุกกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทันใดนั้นก็สะดุดตากับโฆษณาบนมือถือที่ด้านล่างของหน้าจอ จึงคลิกเข้าไปดูรายละเอียดของสินค้าในเบื้องต้น จากนั้นก็เดินไปที่โต๊ะทำงาน พร้อมหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเพื่อเปิดเข้าไปดูแอพพลิเคชั่นของสินค้าที่เพิ่งผ่านตาในมือถือ พร้อมกับเปิดหน้าเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อเปรียบเทียบราคาและหาข้อมูล Reviews สินค้าชิ้นนั้นเพิ่มเติม พร้อมกันนั้นก็โพสต์รูปสินค้านั้นลงในเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อสอบถามความเห็นหลังจากตัดสินใจอยู่หลายวัน เย็นวันหนึ่ง เมื่อกลับถึงบ้าน ลูกค้าท่านนั้นจึงตัดสินใจเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและสั่งซื้อสินค้าชิ้นนั้นผ่านเว็บไซต์ของทางร้านในที่สุด
พฤติกรรมข้างต้นได้กลายเป็นนิสัยของนักช็อปออนไลน์ในปัจจุบันไปเรียบร้อยแล้ว กล่าวคือ ผู้บริโภคจะใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในหลากหลายรูปแบบ หลากหลายขั้นตอน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า/บริการที่สนใจ ดังนั้น ผู้ประกอบการ SME จะต้องเข้าใจพฤติกรรมสมัยใหม่นี้ ประกอบการออกแบบและพัฒนาแคมเปญการตลาดที่ดึงดูดลูกค้า
ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นส่วนสำคัญประกอบการตัดสินใจของผู้บริโภคต่อการเติบโตของธุรกิจ M-Commerce ในอนาคตทั้งสิ้น







