
ยุคเปิดเสรี กับความโปร่งใส
ใกล้เข้ามาแล้วกับการออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสองรายที่ประมูลคลื่นความถี่ย่านนี้ได้ คือ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น
ใกล้เข้ามาแล้วกับการออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสองรายที่ประมูลคลื่นความถี่ย่านนี้ได้ คือ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น
ในระหว่างช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านนี้ ผู้ประกอบการรายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่างก็เคลื่อนไหว โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของตนให้เดินหน้าไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเอไอเอสที่กำลังขอยุติข้อพิพาทกับทีโอทีเรื่องเสาโทรคมนาคมเพื่อแลกกับการทำสัญญาเข้าใช้เสาและอุปกรณ์โครงข่าย 2จี ของทีโอที ขณะที่ทรูเองก็ยื่นข้อเสนอเพื่อเข้าใช้เสาและอุปกรณ์โครงข่าย 900 MHz ทั้งหมดของทีโอที และแจสก็ต้องการที่จะเช่าเสาและโครงข่ายของทีโอทีด้วยเช่นกัน
ความเคลื่อนไหวต่างๆ นี้มีหลายประเด็นที่น่าสนใจและเปิดเป็นคำถามเพื่อความโปร่งใสของกิจการโทรคมนาคมและรักษาผลประโยชน์ของคนทั้งชาติ
เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อมีการให้ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz กับผู้ประกอบการรายใหม่ที่ประมูลได้ ทั้งทีโอทีและเอไอเอส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเดิมในคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz จะไม่สามารถให้บริการ 2จี บนคลื่นนี้ได้อีกต่อไป
จึงมีคำถามว่าเหตุใดเอไอเอสจึงยังคงต้องการที่จะเช่าอุปกรณ์โครงข่าย 2จี นี้อยู่อีก นอกจากนั้นในทางกฎหมายผู้ให้บริการที่จะไม่มีสิทธิใช้ความถี่ย่านหนึ่งในอีกไม่ช้า จะยังสามารถเช่าใช้อุปกรณ์โครงข่ายคลื่นความถี่ย่านนั้นได้อีกหรือไม่ และหากการเจรจาธุรกิจสำเร็จเอไอเอสจะเอาโครงข่าย 2จี ที่เช่าได้ไปใช้อย่างไร จะเอาไปให้เช่าใช้ต่อหรืออย่างไร
หากจะมองโลกในแง่ร้ายที่สุดหมายความว่า อาจมีการตกลงเจรจากันก่อนระหว่างผู้ให้บริการบางรายว่า จะเปิดทางให้สามารถบริการกลุ่มลูกค้าเดิม เมื่อมีการเปลี่ยนมือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่รายใหม่ได้อย่างสะดวกใช่หรือไม่ และหากตกลงกันไว้เช่นนี้แล้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่าในตอนที่ประมูลจะมีผู้เข้าร่วมประมูลบางรายหยุดประมูลกลางคัน โดยให้เหตุผลว่าราคาในการประมูลสูงกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายอาจจะกลับมาขอเช่าใช้อุปกรณ์โครงข่ายเดิมได้ ซึ่งต้องพิจารณาว่าจะเข้าข่ายฮั้วประมูลหรือไม่ เพราะอาจเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม และเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ประเด็นที่จะต้องพิจารณาต่อคือ โครงข่ายที่จะสร้างรายได้ให้ทีโอทีปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่ามูลค่าโครงข่ายจะสูงกว่านั้นมาก การเจรจาร่วมทำธุรกิจระหว่างทีโอทีและเอกชนรายใดจะต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 หรือไม่ ทั้งนี้จุดประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการดำเนินกิจการและการใช้ทรัพยากรของรัฐ ความโปร่งใสในกระบวนการตัดสินใจที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรมระหว่างเอกชนที่ประสงค์จะร่วมทุน
นอกจากนั้น เนื่องจากเป็นที่เปิดเผยว่า มีเอกชนมากกว่าหนึ่งรายเข้ามายื่นข้อเสนอเช่าใช้เสาและโครงข่ายโทรคมนาคมของทีโอที ในการพิจารณาคัดเลือกว่าจะร่วมงานกับเอกชนรายใดคณะกรรมการบริหารหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจของทีโอทีจะต้องคำนึงถึงหลักการ ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการแข่งขันที่เป็นธรรมด้วย มิฉะนั้นอาจจะเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา
เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นของความโปร่งใสและผลประโยชน์ของคนทั้งชาติที่ต้องติดตามและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด







