
ถอยตามสถานการณ์
เคียวอิจิ ทานาดะ ผู้บริหารระดับสูงของโตโยต้า ที่ดูแลตลาดทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก รวมทั้งประเทศไทย มองตลาดรถยนต์ในปี 2559 ไว้อย่างน่าสนใจ หากไม่มีอะไรที่ ลับ ลวง พราง เอาไว้ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ สิ่งที่ ทานาดะ พูดไว้น่าเก็บมาคิดต่อ โดยเฉพาะสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเจอกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้
เคียวอิจิ ทานาดะ ผู้บริหารระดับสูงของโตโยต้า ที่ดูแลตลาดทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก รวมทั้งประเทศไทย มองตลาดรถยนต์ในปี 2559 ไว้อย่างน่าสนใจ หากไม่มีอะไรที่ ลับ ลวง พราง เอาไว้ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ สิ่งที่ ทานาดะ พูดไว้น่าเก็บมาคิดต่อ โดยเฉพาะสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเจอกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้
แม้รัฐบาลจะพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศด้วยมาตรการต่างๆ แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่เพียงพอหากสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกยังไม่เปลี่ยนแปลง เพราะเวลานี้ ถ้าไม่นับรวมสหรัฐอเมริกาที่อาจจะดูดีขึ้น (แต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้) ทุกภูมิภาคที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ๆ ทั่วโลกก็ดูแย่เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย ยุโรป ตะวันออก และจีน
แน่นอนว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจในไทยที่ยังพึ่งพารายได้จากการส่งออกเป็นหลัก แม้แต่โตโยต้า เองยังตั้งเป้าหมายยอดขายในประเทศสำหรับปีนี้ติดลบเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าไว้ที่ 2.4 แสนคัน ลดลงจากปีที่แล้วที่ขายได้ 2.66 แสนคัน หรือลดลงราวๆ 10%
ขณะที่ปี 2558 ที่ผ่านมาก็เหนื่อยสุดๆ มาแล้ว เพราะยอดขายที่ได้ 2.6 แสนกว่าคันก็ลดลงจากเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปี 3.3 แสนคัน หายไปหลายหมื่น และยังติดลบ 18% เมื่อเทียบกับปี 2557
การตั้งเป้าเช่นนี้ผิดปกติวิสัยของโตโยต้าหรือแม้แต่ธุรกิจอื่นๆ ที่วางเป้าหมายการทำธุรกิจด้วยตัวเลขที่ติดลบแทนที่จะเติบโตขึ้น นั่นคือการยอมรับความจริงและยอมถอยตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งบิ๊กของโตโยต้าได้ฟันธงเอาไว้ว่า อีก 2 ปี ตลาดรถในประเทศถึงจะฟื้นตัว นั่นแสดงว่าอีก 2 ปีจากนี้ สถานการณ์ก็ยังไม่ได้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แน่ๆ
นี่คือโจทย์ใหญ่ที่น่าจะต้องคิดต่อว่า จะทำอย่างไรให้อยู่รอด และเข้มแข็งขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้







