
'ปริญสิริ-เคพีเอ็น'ยุติดีลควบรวม
ปริญสิริ-เคพีเอ็น ล้มดีลควบรวมกิจการ หันเจรจาทุนจีนร่วมลงทุนคอนโดรัตนาธิเบศร์
ปริญสิริ-เคพีเอ็น ล้มดีลควบรวมกิจการ หันเจรจาทุนจีนร่วมลงทุนคอนโดรัตนาธิเบศร์
นายอุเทน คงสุนทรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปริญสิริ เปิดเผยว่า แผนควบรวมกิจการระหว่างปริญสิริกับบริษัท เคพีเอ็น โฮลดิ้ง ต้องยุติชั่วคราว หลังจากที่ที่ปรึกษาทางการเงินได้ถอนตัวไปตั้งแต่ต้นไตรมาส 4 ปี 2558 ทำให้กระบวนการควบรวมกิจการต้องเริ่มต้นใหม่และไม่สามารถควบรวมกิจการกันได้ทันภายในสิ้นปี 2558
ทั้งนี้ จากการหารือร่วมกับนายกฤษณ์ณรงค์เดช ประธานกรรมการ บริษัทเคพีเอ็น กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จึงเห็นตรงกันว่า หากพ้นปี 2558 ไปแล้วการควบรวมกิจการก็ไม่เกิดประโยชน์ เนื่องจากในปี 2559 เคพีเอ็นจะยังไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมที่จะรับรู้รายได้ที่จะเข้ามาเสริมรายได้ให้กับปริญสิริได้เลย จึงไม่เกิดประโยชน์ในการควบรวมกิจการ
สำหรับปัจจัยที่ที่ปรึกษาทางการเงินตัดสินใจถอนตัว เนื่องจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีข้อท้วงติงการควบรวมระหว่างปริญสิริกับเคพีเอ็นหลายประการ โดยเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับการแบ็กดอร์ (Backdoor) ซึ่งแม้ว่าทั้งกลุ่มปริญสิริและกลุ่มเคพีเอ็นจะชี้แจงความโปร่งใสในการร่วมทุนครั้งนี้ต่อ ก.ล.ต.หลายครั้งแล้ว แต่ท้ายที่สุดที่ปรึกษาทางการเงินยังมีข้อกังวลใจว่าดีลนี้อาจจะเกิดปัญหาในภายหลังจึงตัดสินใจถอนตัว
นายอุเทน กล่าวว่า แม้การควบรวมกิจการกับเคพีเอ็นจะไม่สำเร็จ แต่บริษัทก็ยังคงเปิดกว้างที่จะหาพันธมิตรเข้ามาเสริมทัพ โดยอยู่ระหว่างหารือกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากจีนในการร่วมทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมย่านรัตนาธิเบศร์ในปี 2559 ซึ่งบริษัทจะเปิดโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,600 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการทาวน์เฮาส์ 2 ที่ท่าข้าม-พระราม 2 มูลค่า 1,000 ล้านบาท และที่ย่านรังสิต มูลค่า 700 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ที่ใกล้สถานีตลาดพลู มูลค่า 200 ล้านบาท และใกล้สถานีแคราย มูลค่า 1,700 ล้านบาท ที่กำลังเจรจากับจีน
“บริษัทหวังเรียนรู้โนฮาวการพัฒนาอาคารสูง เงินทุน และฐานลูกค้าชาวจีนที่จะเข้ามาซื้อโครงการนี้ เนื่องจากซัพพลายคอนโดมิเนียมเกาะรถไฟฟ้าสายสีม่วงมีจำนวนมากจึงต้องหาฐานลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาช่วยดึงยอดขาย แต่หากการเจรจาไม่สำเร็จ บริษัทก็พร้อมจะลงทุนพัฒนาเอง” นายอุเทน กล่าว







