
ตลท.เปิดสถิติตรวจสอบ
ตลท.เปิดสถิติการกำกับดูแลปี 2558 เข้ม จี้ บจ.ตอบ 320 ครั้ง ขึ้น SP 291 บริษัท
ตลท.เปิดสถิติการกำกับดูแลปี 2558 เข้ม จี้ บจ.ตอบ 320 ครั้ง ขึ้น SP 291 บริษัท
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงผลการกำกับดูแลบริษัทสมาชิก (บริษัทหลักทรัพย์) และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปี 2558 ว่า มีการสอบถาม บจ.ในประเด็นต่างๆ รวมทั้งสิ้น 320 ครั้ง มีการขึ้นเครื่องหมายหยุดพักการซื้อขาย (SP) จำนวน 291 บริษัท ซึ่งมีทั้งการ ส่งงบการเงินล่าช้า ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเชื่อมั่นต่องบการเงิน เช่น ในกรณีของบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) การขึ้นป้าย SP บริษัท โพลาริส แคปปิตัล (POLAR) กรณีการเพิ่มทุน, บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ (AJD) ไม่สามารถชี้แจงข้อมูลได้ ขึ้นเครื่องหมายหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว (H) จำนวน 16 บริษัท และขึ้นเครื่องหมายเตือน (NP) จำนวน 116 บริษัท
สำหรับการกำกับดูแลบริษัทหลักทรัพย์ตามเกณฑ์เงินสด มีการชำระค่าซื้อหลักทรัพย์ล่าช้าใน 4 ไตรมาส รวม 104 แห่ง คิดเป็นเงินค่าปรับ 1.04 ล้านบาท มีการทำผิดตามเกณฑ์ที่ส่งมอบหลักทรัพย์ล่าช้า 26 บริษัท เจอเงินค่าปรับ 1.04 แสนบาท และตามเกณฑ์เงินสดกรณียืมหุ้นขายล่วงหน้า จำนวน 106 ครั้ง เจอเงินค่าปรับไป 4.26 ล้านบาท
ด้านการลงโทษบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) นั้น ประกอบด้วย การลงโทษ บล.เออีซี กรณีที่ 1 บริษัทชำระค่าซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าก่อนที่ลูกค้าจะชำระค่าซื้อหลักทรัพย์ 2.บริษัทไม่ได้ดำเนินการให้ลูกค้าชำระค่าซื้อหลักทรัพย์ด้วยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารของลูกค้าโดยอัตโนมัติ 3.บริษัทไม่ได้กำหนดนโยบายหรือจัดทำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง 4.บริษัทไม่ได้ควบคุมดูแลเจ้าหน้าที่รับอนุญาต กรณีเปิดเผยรหัสประจำตัวเจ้าหน้าที่รับอนุญาตให้แก่บุคคลอื่น และ 5.บริษัทไม่ได้มีมาตรการป้องกันและควบคุมไม่ให้บุคคลอื่นบันทึกการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ของลูกค้า ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดตามเกณฑ์ ข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเงินสด โดยปรับเป็นเงิน 5.95 แสนบาท และภาคทัณฑ์เป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. 2558-20 เม.ย.2559
นอกจากนี้ ยังมีการลงโทษ บล.เอเซีย พลัส เพราะบริษัทชำระค่าซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าก่อนที่ลูกค้าจะชำระค่าซื้อหลักทรัพย์นั้น และบริษัทไม่ได้เปิดเผยให้ลูกค้าทราบถึงลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) เมื่อให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุน ทำผิดตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเงินสด ปรับเป็นเงินรวม 4.6 แสนบาท
ตลท.มีการลงโทษ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กรณีชำระค่าซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าก่อนที่ลูกค้าจะชำระค่าซื้อหลักทรัพย์นั้น และบริษัทไม่จัดให้มีมาตรการแก้ไขความผิดพลาดในการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทตนเองที่เหมาะสมและชัดเจน เพื่อไม่ให้บริษัทเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ของตนเอง และบริษัทไม่ได้เปิดเผยให้ลูกค้าทราบถึงลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เมื่อให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ของตนเอง เจอปรับเป็นเงินรวม 2.1 แสนบาท และลงโทษ บล.เอเชีย เวลท์ ชำระค่าขายหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าก่อนที่ลูกค้าจะชำระค่าซื้อหลักทรัพย์ ปรับเป็นเงินรวม 1.7 แสนบาท
รายงานระบุว่า การดำเนินการทางวินัยของคณะอนุกรรมการวินัยในปี 2558 ผู้กระทำลักษณะการกระทำความผิดข้อกำหนด ตลท. ผลการพิจารณาเจ้าหน้าที่รับอนุญาต บล.แอพเพิล เวลธ์ ที่เจ้าหน้าที่รับอนุญาตไม่ควบคุมการสั่งซื้อหลักทรัพย์ของลูกค้าในขณะใดขณะหนึ่งไม่ให้เกินวงเงินที่กำหนด ซึ่งทำผิดข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเงินสดข้อ 5 วรรคหนึ่ง เรื่องบุคคลที่เกี่ยว ข้องในระบบการซื้อขาย ข้อ 23 (1) ภาคทัณฑ์เป็นระยะเวลา 1 ปี จำนวน 1 ราย ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2558-15 พ.ย. 2559 และภาคทัณฑ์เป็นระยะเวลา 6 เดือน จำนวน 5 รายตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2558-15 พ.ค. 2559 และ บล.กรุงศรี ที่บริษัทชำระค่าซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าก่อนที่ลูกค้าจะชำระค่าซื้อหลักทรัพย์นั้น ตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเงินสด ข้อ 7 (1) วรรคสอง ปรับเป็นเงิน 1.15 แสนบาท
“ในปี 2558 ถือว่าเป็นปีที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ในเรื่องของการขึ้นเครื่องหมายเตือนนักลงทุน หรือเทรดดิ้งอะเลิร์ท หากหลักทรัพย์ของบริษัทใดมีการซื้อขายที่ติดเทรดดิ้งอะเลิร์ท ในวันถัดไปก็จะต้องถูกซื้อขายด้วยเงินสดทันที จากก่อนหน้าที่ยังมีช่วงระยะเวลา ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการที่เห็นผลดีมาก เพราะสามารถลดความร้อนแรงในการเก็งกำไรและสร้างราคาหุ้นในบริษัทขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี”







