posttoday
สัญญาประกันภัย ฟื้นฟูไม่ง่าย ในวันที่ไร้ ‘เสี่ยบิ๊ก’

สัญญาประกันภัย ฟื้นฟูไม่ง่าย ในวันที่ไร้ ‘เสี่ยบิ๊ก’

21 มกราคม 2559

โดย...วารุณี อินวันนา

โดย...วารุณี อินวันนา

หลังจาก สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือ เสี่ยบิ๊ก ผู้ถือหุ้นใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สัญญาประกันภัย และประธานสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ ถูกจับในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทำให้แผนฟื้นฟูกิจการบริษัท สัญญาประกันภัย ส่อเค้าจะไม่ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ บริษัท สัญญาประกันภัย ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สั่งหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราวมาตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. 2558 เนื่องจากเงินกองทุนตามกฎหมายต่ำกว่าเกณฑ์ที่ คปภ.กำหนด แต่ คปภ.ยังให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ลูกค้าที่เข้ามายื่นเรียกร้องค่าสินไหมตามปกติ

แหล่งข่าวจาก คปภ.ระบุว่า  คปภ.ยังคงให้โอกาสบริษัท สัญญาประกันภัย แก้ไขฐานะการเงินตามแผนเดิมต่อไป ตามกำหนดที่ต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ม.ค. 2559

“แม้สัมฤทธิ์ผู้ถือหุ้นใหญ่จะถูกจับ แต่การดำเนินการแก้ไขปัญหาฐานะการเงินของบริษัท สัญญาประกันภัย ยังต้องดำเนินการต่อไปตามแผนเดิม เพราะที่คณะกรรมการ คปภ.มีมติออกมานั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับสัมฤทธิ์ แต่เป็นคำสั่งถึงนิติบุคคลคือบริษัท” แหล่งข่าวเปิดเผย

หากย้อนรอยความเป็นมาของสัมฤทธิ์ในบริษัท สัญญาประกันภัยนั้นก็ไม่ธรรมดา สัมฤทธิ์ได้เข้ามาซื้อบริษัท พระนครธนบุรีประกันภัย บริษัทขนาดเล็กเบี้ยประกันปีละประมาณ 30 ล้านบาท เมื่อกลางปี 2556 โดยไม่เปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการ และได้ส่งคนเข้ามานั่งเป็นกรรมการและบริหารบริษัทตั้งแต่เดือน ก.ค. 2556 พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท สัญญาประกันภัย

ในการเปิดตัวบริษัท สัญญาประกันภัย อย่างเป็นทางการ สัมฤทธิ์ได้เปิดเผยในครั้งนั้นว่าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ถือหุ้นประมาณ 80% โดยจะทำการขยายธุรกิจประกันภัยให้มีเบี้ยรับรวมให้ถึง 5,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเข้าซื้อบริษัทประกันชีวิตด้วย หลังจากนั้นได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 100 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท ปัจจุบันมีการชำระทุนจดทะเบียนแล้ว 213.66 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่สัมฤทธิ์เข้ามาถือหุ้นใหญ่ บริษัทประสบภาวะขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากสิ้นปี 2557 มีผลขาดทุนสุทธิ 72.79 ล้านบาท ไตรมาสแรกปี 2558 ขาดทุนสุทธิ 31.33 ล้านบาท มีเงินกองทุน 107.50 ล้านบาท อัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย 358.34% จากที่กฎหมายกำหนดให้ดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำ 30 ล้านบาท ไตรมาส 2 ปี 2558 ขาดทุนสุทธิ 57.81 ล้านบาท เงินกองทุนลดเหลือ 7.38 ล้านบาท อัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมายอยู่ที่ 24.59% และไม่สามารถแก้ไขฐานะการเงินให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นเหตุให้ คปภ.มีคำสั่งให้หยุดรับประกันภัยเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ถึงปัจจุบัน

สำหรับการแก้ไขปัญหาทางการเงินนั้น ผู้ถือหุ้นเดิมสามารถเพิ่มทุนเข้ามาได้ด้วยตนเอง หรือให้คนอื่นเพิ่มทุนก็ได้ หรือหาผู้ร่วมทุนรายใหม่เข้ามา

เมื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ของสัญญาประกันภัยกลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริต จึงไม่ง่ายที่บริษัทจะแก้ไขปัญหาการเงินและกลับมารับประกันต่อไปอีกได้ เพราะทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้สั่งอายัดทรัพย์สินของสัมฤทธิ์ทั้งหมด แม้ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าได้มีการเจรจาหาผู้ร่วมทุนรายใหม่เข้ามา แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

ทั้งนี้ จากแนวทางการแก้ปัญหาของ คปภ.ในอดีตที่ผ่านมา กรณีที่บริษัทแก้ปัญหาฐานะการเงินไม่ได้ ก็จะดำเนินการสั่งปิดกิจการของบริษัท และให้ประชาชนที่กรมธรรม์ยังไม่หมดอายุทำการยกเลิกกรมธรรม์แล้วรับเงินเบี้ยประกันคืนในส่วนที่เหลือของจำนวนวันที่เหลือ หรือให้บริษัทประกันภัยรายอื่นเข้ามารับช่วงในการให้ความคุ้มครองต่อไป โดยลูกค้าจะได้รับส่วนลดเบี้ยจากจำนวนวันที่สัญญายังมีผลบังคับอยู่

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ คปภ.จะมีการประชุมเรื่องนี้ในวันที่ 22 ม.ค.นี้ ถึงแนวทางการตัดสินใจและจะหาทางออกที่ดีที่สุดในการคุ้มครองผู้เอาประกันภัย หากบริษัทไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้ทันตามกำหนดของ คปภ.

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร