
เมื่อตลาดการลงทุนเป็นขาลง นักลงทุนควร...
โดย...จันทร์ฉาย อังศมาพร
โดย...จันทร์ฉาย อังศมาพร
สภาพการณ์การลงทุนทุกวันนี้ไม่ต่างอะไรกับช่วงน้ำลง ทุกอย่างดูหดหู่อย่างไม่น่าเชื่อ แต่สำหรับนักลงทุนที่ผ่านสถานการณ์หลายอย่างในอดีตมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ ฯลฯ
ย่อมทราบดีว่าการแบ่งเงินลงทุนไว้อย่างมีนัยสำคัญเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก หากนักลงทุนได้แบ่งเงินลงทุนไว้ว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินที่ต้องการ กำไรส่วนเกินทุน หรือ Capital Gain ในระยะเวลาที่รอได้และเงินก้อนนี้ไม่มีความเร่งด่วนที่จะต้องนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่มักจะซื้อตอนราคาอยู่ในระดับสูง ส่วนตอนขายก็มักจะขายตอนราคาค่อนข้างถูก ดังนั้นมาถึงจุดนี้หากเรามีเครื่องมือย้อนเวลากลับไปได้ นักลงทุนที่ดีควรมีแนวคิดก่อนการลงทุนดังนี้ เพื่อทำให้ทำตัวได้ถูกยามหุ้นทั้งในตลาดเมืองไทยและเมืองนอกมีการปรับตัวลงอย่างรุนแรง
1.นักลงทุนควรถามตัวเองว่า ต้องการถือยาวแบบยาวจริง (มากกว่า 5 ปี) และกินเงินปันผลไปด้วยหรือไม่
ถ้าใช่นักลงทุนต้องลงทุนในหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดีและควรดูราคาที่เหมาะสมในอดีต เพราะต้องได้ต้นทุนที่เหมาะสมและมีความเป็นไปได้ และต้องเตรียมที่จะเตรียมเงินไว้เพื่อซื้อถัวการลงทุนในหลายช่วงโดยอาจจะแบ่งเป็น 3 ช่วงหรือมากกว่า ถัวแบบไหน ถัวแบบรายครึ่งปี หรือซื้อสะสมมีความแตกต่างกันอย่างมาก เพื่อให้ได้ต้นทุนที่เหมาะสม ควรกำหนดราคาเป้าหมายทุกครั้งว่าจะตั้งราคาขายเมื่อไรกำไรที่ต้องการควรเป็นเท่าใด ที่สำคัญต้องติดตามข่าวเกี่ยวกับบริษัทที่เราลงทุนเสมอ เพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมในแต่ละช่วงการเข้าไปเยี่ยมชมกิจการแบบ Personal ที่บริษัทดังกล่าวหากทำได้ก็ควรดำเนินการเพราะการลงทุนเราต้องใส่ใจอย่างมาก
2.นักลงทุนเป็นคนที่ชอบลงทุนเป็นรอบ หรือชอบการลงทุนช่วงสั้นหรือไม่
หากใช่ควรตั้งเป้าหมายว่าเน้นการลงทุนเป็นรอบ เช่น ลงทุนเป็นช่วงและกำหนดไปเลยว่าหากถึงราคาเช่นนี้ได้กำไรเท่านี้ต้องขายออกทันที นักลงทุนกลุ่มนี้ต้องมีวินัยในตัวเองค่อนข้างสูงและที่สำคัญอีกราคาต้นทุนเป็นเรื่องที่สำคัญในการที่จะลงทุน และเช่นเดียวกันต้องเผื่อเงินลงทุนไว้เพื่อถัวเฉลี่ยราคาต้นทุนที่เหมาะสม ราคาที่มีการเปลี่ยนแปลงในอดีตเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องนำมาใช้วิเคราะห์
3.ปฏิกิริยาหลังตลาดการลงทุนมีความผันผวน นักลงทุนเมื่อเริ่มลงทุนแล้วและเมื่อตลาดเป็นตลาดขาลง และนักลงทุนรู้สึกว่าไม่สบายใจรู้สึกทนไม่ได้เมื่อมีการขาดทุนแม้เป็นอัตราที่เป็นตัวเลขเดี่ยว อาทิ 3-9% หรือกระวนกระวายใจ
ถ้าใช่มีอาการแบบนี้ การลงทุนหุ้นหรือกองทุนหุ้นในประเทศหรือต่างประเทศ อาจจะไม่เหมาะกับนักลงทุน นักลงทุนควรที่จะค่อยๆคงเงินลงทุนนั้น เอาไว้รอจังหวะที่พอจะมีกำไรหรือหากทำใจได้ว่าเอาเท่าทุนก็พอแล้วค่อยๆ ถอนตัวออกจากการลงทุนประเภทนี้ หรือลงทุนในอัตราส่วนที่น้อยมากพอที่จะไม่กังวลกับการลงทุนนี้อีก หากยังกังวลแม้เงินน้อยนิดการลงทุนดังกล่าวนั้นไม่ควรทำให้สุขภาพจิตของนักลงทุนย่ำแย่ควรหันไปลงทุนประเภท กองทุนที่เป็นตราสารหนี้แบบคุ้มครองเงินต้นหรือตราสารหนี้ที่เป็นแบบมีการค้ำประกัน ผู้เขียนพบมาค่อนข้างมากที่บอกว่ารับได้หากมีการปรับราคาลงมาพอเจอสถานการณ์จริงแทบจะโทรหาเจ้าหน้าที่ดูแลทุกคืนไม่เป็นอันหลับนอน
หากนักลงทุนมีการแบ่งสรรเงินลงทุนอย่างเหมาะสม มีการเข้าใจในการลงทุน มีการศึกษาราคาในอดีตของแต่ละการลงทุนที่นักลงทุนเลือก มีการแบ่งเงินที่จะลงทุนเพื่อถัวเฉลี่ยให้ได้ราคาที่เหมาะสมเมื่อดูจากราคาในอดีตและข้อมูลอื่นๆโดยรวม และมีเวลาที่จะติดตามข่าวและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสม และที่สำคัญต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการอะไรกันแน่ ต้องการผลประโยชน์การลงทุนกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี ต้องการเป็นรายได้ที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ต้องการลงทุนเป็นรอบและเมื่อตลาดขาลงมาถึงการซื้อเพื่อถัวไม่มีประเด็น เพราะมีเงินสำรองเพื่อการนี้อยู่แล้ว การรอเวลาเพราะมีความเข้าใจอย่างดีพอสมควรแล้ว ตลาดลงก็นอนหลับ ตลาดขึ้นก็หลับสบายและฝันดีอีกด้วย ขอให้โชคดีค่ะ







