
แนะลงทุนทองเป็นรอบตามข่าว
ฮั่วเซ่งเฮง แนะลงทุนทองเป็นรอบ ปัจจัยไม่แน่นอนเยอะ ช่วงนี้นักลงทุนแห่ขายเพราะทองขึ้น
ฮั่วเซ่งเฮง แนะลงทุนทองเป็นรอบ ปัจจัยไม่แน่นอนเยอะ ช่วงนี้นักลงทุนแห่ขายเพราะทองขึ้น
นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคารับซื้อทองแท่งบาทละ 18,650 บาท ขายออก 18,750 บาท ในราคาอ้างอิงทองในตลาดโลกที่ประมาณ 1,089.50 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ นักลงทุนไทยขายมากกว่าซื้อทั้งหน้าร้านที่เยาวราชและในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าในตลาดสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า โดยนักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำตั้งแต่ปลายปีก่อน
ทั้งนี้ ราคาทองขึ้นมามากในช่วงสัปดาห์แรกของปีที่ 4.4% ตามสถิติพบว่าราคาจะขึ้นสูงสุดในเดือน ม.ค.ของทุกปี และการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นปีที่มีการลดค่าเงินหยวนเป็นการพลิกการคาดการณ์มาก ดังนั้นจึงแนะนำให้นักลงทุนทองคำเป็นรอบตามสถานการณ์
นายธนรัชต์ เชื่อว่าราคาทองยังแกว่งตัวในช่วงแคบมีความไม่แน่นอนในทิศทาง โดยขึ้นอยู่กับการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นหลัก ทั้งนี้การลดค่าเงินหยวนของจีนสะท้อนเศรษฐกิจโลกยังไม่ดีขึ้น จึงเชื่อว่าจะทำให้เฟดทยอยขึ้นดอกเบี้ยนโยบายช้าลง
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า การประชุมเฟดปลายเดือนนี้คาดว่ายังไม่มีการลดดอกเบี้ย ส่วนไตรมาสแรกต้องติดตามว่าราคาในตลาดโลกจะทะลุ 1,145 เหรียญสหรัฐ และ 1,150 เหรียญสหรัฐ หรือบาทละ 1.9 หมื่นบาท หรือไม่ หากทะลุได้ ปีนี้จะไม่ลดลงไปจากระดับนี้อีกแล้ว
ในระยะ 3 สัปดาห์-2 เดือนข้างหน้านี้มองว่าแนวโน้มราคาทองคำเป็นขาขึ้น โดยล่าสุดกองทุนเอสพีดีอาร์นักลงทุนรายใหญ่ทองคำเข้าซื้อทองคำแล้ว 15.5 ตัน ภายในระยะ 10 วัน ถือว่าเป็นการซื้อแบบมีนัยสำคัญจากปีก่อนจนขณะนี้ถือครองทองคำแล้ว 659 ตัน
“ปีก่อนเอสพีดีอาร์ก็เข้าซื้อ แต่ไม่มีนัยสำคัญเพราะซื้อแล้วหยุด แล้วขายออกไป ไม่ซื้อเพิ่ม แต่เป็นไปได้ว่าการถือครองที่ต่ำเพียง 645 ตัน เมื่อปลายปีก่อนถือเป็นจุดซื้อกลับแล้ว และถ้าดูสถิติต่ำสุดของราคาทองจุดต่ำสุดจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”นพ.กฤชรัตน์กล่าว
ราคาทองคำในตลาดเอเชียยังทรงตัวบริเวณ 1,090 เหรียญสหรัฐ ปัจจัยบวกจากการเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยจากตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลง เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอและราคาน้ำมันที่ลดลง ทั้งนี้ทองคำยังคงมีปัจจัยลบ ได้แก่ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
นักวิเคราะห์ประจำ Phillip Futures ระบุว่า ความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มี.ค.ลดน้อยลง เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และจากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และทำให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเพิ่มขึ้น
ด้าน BMI Research คาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยในปีนี้ที่ 1,000 เหรียญสหรัฐ







