
ASPแย้มกำไรสูงลิ่ว
ประเมินปีนี้ฉลุยหลังครึ่งปีแจ๋ว พอร์ตลงทุนโกยแล้วกว่าเท่าตัว
โพสต์ทูเดย์
— ASP ชี้ผลประกอบการปีนี้ไปโลด ครึ่งปีธุรกิจใหม่ทำผลทะลุเป้าทั้งปีแล้ว ตราสารหนี้ พอร์ตลงทุนพุ่งมากกว่า 100%นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในปีนี้น่าจะมีการเติบโตที่ดีทั้งธุรกิจเก่า คือ ค้าหลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ และพอร์ตการลงทุน ขณะที่ 3 ธุรกิจใหม่ที่เริ่มทยอยดำเนินการมาตั้งแต่ปีก่อน ขณะนี้ผ่านมาเพียงครึ่งปีก็สามารถทำรายได้ประมาณ 5060 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับทั้งปี
ทั้งนี้ 3 ธุรกิจใหม่ ได้แก่ การบริหารเพื่อความมั่งคั่ง (Private Banking) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ Wealth Management การเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการเป็นตัวกลางในการจับคู่ซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดรอง
สำหรับธุรกิจตราสารหนี้สามารถทำได้ดีเกินคาด หลังจากเข้าไปแข่งขันในตลาดของสถาบันการเงินทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่อันดับ 3 เป็นรองแค่ 2 ธนาคารพาณิชย์เท่านั้น ขณะนี้ยังไม่เห็น บล. ใดเข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ ขณะที่ตลาดตราสารหนี้หลักครึ่งปีบริษัทเป็นที่ปรึกษาช่วยบริษัทจดทะเบียนออกตราสารหนี้มูลค่าทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาท
นายก้องเกียรติ กล่าวว่า สำหรับพอร์ตการลงทุนของบริษัทมีอัตราตอบแทนมากกว่า 100% เป็นผลจากที่บริษัทเริ่มทยอยลงทุนหุ้นในกลุ่มที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่สูงตั้งแต่ปลายปีก่อนในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มอาหาร ซึ่งหุ้นในกลุ่มอาหารบางตัวก็ให้อัตราตอบแทนถึง 400%
นอกจากนั้น พอร์ตของบริษัทยังไปลงทุนในต่างประเทศหลายผลิตภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงการลงทุนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในกลุ่มสื่อสาร ซึ่งส่วนใหญ่มีสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ถูก ขณะที่ธุรกิจเติบโตมากเพราะปัจจุบันคนให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าสมาร์ตโฟน ได้แก่อินเทล ไมโครซอฟออฟิศและแอปเปิล
“
การลงทุนช่วงนี้มีทั้งใช้วงเงินเต็มจำนวนของพอร์ตลงทุนที่มีอยู่ แต่บางช่วงก็ซื้อขายระยะสั้นบ้าง แต่ไม่มาก เพราะในพอร์ตเน้นระยะกลางยาวเป็นส่วนใหญ่” นายก้องเกียรติ กล่าวที่ผ่านมา ASP เคยเปิดเผยว่ามีวงเงินสำหรับพอร์ตการลงทุนของบริษัทอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจลงทุนหุ้นธุรกิจหลักทรัพย์ เพราะคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส2 เติบโตมาก และหนึ่งในนั้น คือ บล.เอเซียพลัส (ASP) ส่งผลให้ราคาหุ้นขึ้นไปแตะระดับ 2 บาทก่อนย่อมาปิดที่ 1.95 บาท ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายมากกว่าปกติ 129 ล้านบาท







