
น้ำมันไม่ฉุดเครดิตPTTEP
ราคาน้ำมันดิบดิ่งหนักยังไม่ฉุดเครดิต PTTEP เอสแอนด์พีให้ BBB+
ราคาน้ำมันดิบดิ่งหนักยังไม่ฉุดเครดิต PTTEP เอสแอนด์พีให้ BBB+
สถาบันจัดอันดับเครดิตสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ (เอสแอนด์พี) ได้ทบทวนอันดับเครดิตบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ภายหลังราคาน้ำมันดิบลดลงอย่างหนัก และพบว่าราคาน้ำมันที่ลดลงไม่กระทบเครดิตในทันที จึงให้อันดับเครดิตที่ BBB+ แนวโน้มคงที่ โดยเมื่อวันที่ 12 ม.ค. เอสแอนด์พีได้ปรับทบทวนประมาณการราคาน้ำมันและก๊าซที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ PTTEP
ทั้งนี้ ประเมินว่าหนี้ต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (อีบิตดา) ของ PTTEP ยังดี มีเงินสดเป็นบวกและหลากหลาย ในสัดส่วนหนี้ต่ออีบิตดา 1.2 เท่า ในปีนี้ ภายใต้ราคาน้ำมันเบรนต์ในช่วงที่เหลือของปีที่ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ที่จะส่งผลให้สัดส่วนหนี้ต่ออีบิตดาดังกล่าวอ่อนแอลงในปี 2560 ที่ 1.45 เท่า ในประมาณการราคาน้ำมันที่ 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2560
สำหรับเครดิตปัจจุบันที่ BBB+ นั้น อยู่ภายใต้สัดส่วนหนี้ต่ออีบิตดาที่ 1.5 เท่า แม้ว่าราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลต่อความมีเสถียรของเครดิต ทั้งนี้สัดส่วนก๊าซในผลิตภัณฑ์ของ PTTEP ส่งผลให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียน ทำให้มีอีบิตดาอยู่ที่ 2,800-3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีนี้
เอสแอนด์พี คาดว่า อีบิตดา PTTEP จะลดลงประมาณ 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2560 เพราะราคาก๊าซจะสะท้อนราคาน้ำมันที่ลดลงจากปีก่อน
ด้านแผนลงทุนระยะ 3 ปี (2559-2561) ของ PTTEP ที่ประกาศเมื่อเดือน ธ.ค. 2558 บริษัทจะบริหารเงินสดจากราคาไฮโดรคาร์บอนที่ลดลง โดยมีงบลงทุน 7,500 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นงบลงทุนที่ลดลงจากแผนเดิมที่ประกาศไว้เมื่อเดือน ธ.ค. 2557 ประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ เอสแอนด์พีคาดว่าปีนี้ PTTEP จะมีกระแสเงินสดเป็นบวกและมีหนี้สินสุทธิคงที่ และในปี 2560 กระแสเงินสดจะเป็นลบ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ และหนี้สินสุทธิจะเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทประสบความสำเร็จในการตัดค่าใช่จ่ายส่วนทุนภายใต้การรักษานโยบายปันผล
“เป็นไปได้ยากที่ PTTEP จะลดการลงทุนโดยไม่ให้คุณภาพสินทรัพย์ลดลง เพราะจะทำให้การสำรองก๊าซลด โดยคาดว่าบริษัทจะใช้อย่างน้อย 2,500-3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อรักษาการสำรองก๊าซให้ได้ในระดับปัจจุบัน”
เอสแอนด์พี ระบุว่า ประมาณการข้างต้นยังไม่รวมสินทรัพย์ที่ PTTEP เข้ารวมกิจการในปีนี้และปี 2560 โดยบริษัทสนใจเข้าไปซื้อกิจการในแหล่งบงกช ที่เป็นแหล่งผลิตก๊าซในประเทศไทยที่จะทำให้หนี้สูงขึ้นที่จะสร้างแรงกดดันต่ออันดับเครดิตลงไปที่ BBB- หรือกระทบอันดับเครดิตบริษัทที่ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ







