
ฟิลิปปินส์ตั้งเขตศก.เอสเอ็มอี
หน่วยงานภาครัฐฟิลิปปินส์-โอซากา ร่วมมือสนับสนุนเอสเอ็มอีญี่ปุ่นขยายโรงงาน
หน่วยงานภาครัฐฟิลิปปินส์-โอซากา ร่วมมือสนับสนุนเอสเอ็มอีญี่ปุ่นขยายโรงงาน
หน่วยงานเขตเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ (พีอีแซดเอ) เตรียมจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตจากโอซากา ซึ่งถือเป็นเมืองท่าและศูนย์กลางการค้าที่สำคัญในญี่ปุ่น เข้ามาขยายศูนย์การผลิตในพื้นที่อุตสาหกรรมของฟิลิปปินส์
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของพีอีแซดเอ ระบุว่า ศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจรายย่อยจากญี่ปุ่นจะเป็นส่วนช่วยเสริมให้เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัวไปด้วย
พีอีแซดเอและศูนย์ราชการท้องถิ่นในโอซากา (โอพีจี) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เพื่อสนับสนุนให้ฟิลิปปินส์เป็นศูนย์กลางในการอำนวยการผลิตของเอสเอ็มอีในโอซากา เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา
พีอีแซดเอได้เปิดเผยแผนจัดตั้งศูนย์รวมขนาดย่อมในรูปแบบของชุมชนทางเศรษฐกิจแห่งแรก คือ ลานอุตสาหกรรมแห่งแรกของฟิลิปปินส์ (เอฟพีไอพี) หรือที่เรียกว่า เอสเอ็มอี พาร์ก ที่มีพื้นที่ถึง 4.5 แสนตารางเมตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากเอสเอ็มอีในโอซากา
ไลลีอา เดอ ลิมา กรรมการผู้อำนวยการของพีอีแซดเอ ระบุว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของพีอีแซดเอ คือ การขยายจำนวนการตั้งโรงงานหรือศูนย์การผลิตของธุรกิจในเขตเศรษฐกิจ โดยการร่วมลงนามในเอ็มโอยู จะส่งเสริมให้เอสเอ็มอีจากญี่ปุ่นเข้ามาสร้างโรงงานในฟิลิปปินส์มากขึ้น ขณะที่การผลิตสินค้าจากผู้ผลิตในโอซากาถือเป็น 9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ทั้งหมดของญี่ปุ่น
ภายใต้เอ็มโอยูดังกล่าว เอสเอ็มอีจะได้รับข้อเสนอพิเศษทางธุรกิจและมาตรการจูงใจ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นส่วนที่เอสเอ็มอีให้ความสำคัญมากกว่ากลุ่มธุรกิจรายใหญ่
ด้านโอพีจี ระบุว่า จะส่งเสริมและให้คำแนะนำให้เอสเอ็มอีในญี่ปุ่นมองเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้จากการเข้าไปขยายโรงงานการผลิตในฟิลิปปินส์มากกว่าในที่อื่นๆ ทั้งนี้ โอพีจี ยังระบุเพิ่มเติมว่า เอสเอ็มอีในญี่ปุ่นจำนวนมากกำลังมองหาพื้นที่ตั้งศูนย์การผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อขยายธุรกิจ
โครงการดังกล่าวจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการค้าลดลง และพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทาน ทำให้การกระจายสินค้าดีขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขยายตัวของธุรกิจ
ไลลีอา ยังระบุว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่พีอีแซดเอสามารถดึงดูดการลงทุนธุรกิจต่างชาติ ผ่านการสนับสนุนของสองรัฐบาล และคาดว่าจะขยายโครงการลักษณะนี้อีก โดยจะจัดตั้งศูนย์เอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมอื่นๆ เพิ่มขึ้น หากประสบความสำเร็จ







