posttoday
ธปท.เปิดค่าทวงหนี้ แนะเช็กให้ดีก่อนกู้

ธปท.เปิดค่าทวงหนี้ แนะเช็กให้ดีก่อนกู้

15 มกราคม 2559

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและหนี้ครัวเรือนที่ยังไม่ลดลง ทำให้ธนาคารพาณิชย์และธุรกิจที่ประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือนันแบงก์ ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและหนี้ครัวเรือนที่ยังไม่ลดลง ทำให้ธนาคารพาณิชย์และธุรกิจที่ประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือนันแบงก์ ให้ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ และยังคาดว่าปีนี้การติดตามหนี้เติบโตสูงขึ้นอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้ ประชา ชัยสุวรรณ ประธานชมรมผู้ติดตามหนี้ที่เป็นธรรม ออกมาระบุว่า ปีนี้คาดว่าธุรกิจการติดตามหนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าตัว หรือโต 20% จากปีก่อนหน้าโต 10% จากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี

ทั้งนี้ ธุรกิจติดตามหนี้เหล่านี้ล้วนมีค่าใช้จ่าย และภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะตกหนักอยู่กับลูกหนี้ที่ค้างชำระหนี้และถูกติดตามหนี้ ต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบการ ด้วยเหตุนี้เพื่อให้ลูกหนี้ได้รับทราบข้อมูลและเปรียบเทียบอัตราติดตามหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้นำข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมติดตามทวงถามหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ 4 ม.ค. 2559 เผยแพร่ในเว็บไซต์ www.bot.or.th

โดย ธปท.ได้แบ่งกลุ่มข้อมูลค่าธรรมเนียมดังกล่าว เป็นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทยและบริษัทในเครือ 16 แห่ง สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศและบริษัทในเครือ 12 แห่ง และบริษัทที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่ไม่ใช่สถาบันการเงินอีก 20 แห่ง

จากข้อมูลดังกล่าว พบว่าแบงก์และนันแบงก์ส่วนใหญ่จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการติดตามทวงถามหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล หรือหากคิดก็คิดไม่เกิน 100 บาท/รายการ แต่ยังมีผู้ประกอบการบางรายยังคิดค่าธรรมเนียมการติดตามหนี้เกินกำหนด 100 บาท เช่น ธนาคารซิตี้แบงก์และบริษัทลูกอย่างบริษัท ซิตี้คอนซูเมอร์โปรดักส์ (ประเทศไทย) บริษัท ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) ที่คิดค่าบริการในอัตรา 120–200 บาท/รอบบัญชี บริษัท แคปปิตอลโอเค คิด 250 บาท/งวดการค้างชำระ

ขณะที่นันแบงก์จะมีค่าธรรมเนียมที่หลากหลาย เช่น บริษัท พรอมิส คิด 10 บาท/วัน บริษัท วัฒนาธนสินทรัพย์ บริษัท วีแคช เอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง และบริษัท สินมิตร ที่คิดค่าติดตามครั้งละ 200–250 บาท (รายละเอียดตามตาราง)

ก่อนหน้านี้ ธปท.กำหนดให้ผู้ประกอบการทั้งธนาคารพาณิชย์และนันแบงก์ต้องคิดค่าธรรมเนียมในการติดตามทวงถามหนี้ในอัตราไม่เกิน 100 บาท/รายการ โดยจะเริ่มประกาศทางเว็บไซต์ ธปท.ในวันที่ 1 ม.ค. 2559 นี้เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้บริโภคที่สนใจและอ่านจะได้มีส่วนทำให้ผู้ประกอบการแต่ละแห่งไม่กล้าจะคิดค่าธรรมเนียมสูงเกินจริง

อย่างไรก็ตาม ทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. ระบุว่า แม้จะมีผู้ประกอบการบางรายมีการคิดค่าธรรมเนียมติดตามทวงถามหนี้เกิน 100 บาท แต่ ธปท.ยังไม่มีมาตรการลงโทษ แต่จะใช้วิธีเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจใช้บริการ

“ถ้าเขาเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตรงตามประกาศที่เรากำหนดเกณฑ์ไว้ก็ไม่ผิดอะไร เพียงแต่มันแสดงถึงประสิทธิภาพ (Efficiency) ของเขาในการให้บริการและการจัดการกับต้นทุน เพราะ ธปท.จะเอาลงเว็บไซต์เพื่อเปรียบเทียบให้ประชาชนเห็น และลูกค้าต้องเป็นคนตัดสินใจเลือกใช้บริการกับผู้ให้บริการเอง” ทองอุไร กล่าว 

ทั้งนี้ ในข้อกำหนดของพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. 2558 เป็นต้นไป การทวงถามหนี้ของเจ้าหนี้กับบุคคลธรรมดาที่เป็นลูกหนี้ทุกประเภท จะได้รับ
ความคุ้มครองตามกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ทวงถามหนี้จะทำได้เฉพาะเวลา 08.00-20.00 น. ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ หากเป็นวันหยุดราชการ ทวงถามหนี้ได้ถึงแค่เวลา 6 โมงเย็น ห้ามข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ใช้วาจาดูหมิ่น ทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียชื่อเสียงและทรัพย์สินเสียหาย ห้ามเปิดเผยความเป็นหนี้ให้คนอื่นทราบ ยกเว้นสมาชิกในครอบครัวของลูกหนี้สอบถาม ห้ามติดต่อลูกหนี้ด้วยสื่อที่เปิดเผย เช่น ไปรษณียบัตร แฟกซ์ และห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกินอัตราที่กำหนด

อย่างไรก็ดี หากผู้ทวงถามหนี้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนี้ จะถูกลงโทษตามบทบัญญัติของกฎหมาย โดยมีโทษปรับทางปกครองและโทษทางอาญา เช่น กรณีทวงถามหนี้นอกเวลาที่กำหนดไว้ จะมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท แต่สำหรับโทษทางอาญานั้นจะขึ้นอยู่กับระดับความผิดว่ารุนแรงมากน้อยขนาดไหน เช่น กรณีทวงถามหนี้โดยข่มขู่หรือใช้ความรุนแรงมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดไว้ด้วยว่า หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนสามารถร้องเรียนได้ที่กรมการปกครอง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ที่ทำการปกครองจังหวัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล สถานีตำรวจ และที่ว่าการอำเภอ เป็นต้น ซึ่งผลการบังคับใช้กฎหมายทำให้ผู้ทวงถามหนี้ต้องมีความระมัดระวังในการทวงถามหนี้มากขึ้น เพราะอาจถูกเพิกถอนการจดทะเบียนการทำธุรกิจได้ แต่ในเบื้องต้นการบังคับใช้ของกฎหมายดังกล่าวไม่เป็นปัญหากับผู้ประกอบการที่เป็นสถาบันการเงินมากนัก เพราะที่ผ่านมาได้ทำตามแนวปฏิบัติในการติดตามทวงถามหนี้ของ ธปท.อยู่แล้ว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร