
สรรพสามิตโล่งรายได้ภาษีน้ำมันเพิ่ม
สรรพสามิตเบาตัว ขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล หนุนรายได้เพิ่ม 1.5 หมื่นล้าน
สรรพสามิตเบาตัว ขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล หนุนรายได้เพิ่ม 1.5 หมื่นล้าน
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การเก็บภาษีน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจาก 4.25 บาท/ลิตร เป็น 4.95 บาท/ลิตร หรือเพิ่มขึ้น 70 สตางค์/ลิตร ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่ก่อนสิ้นปี 2558 ผลจากการขึ้นภาษีดังกล่าว จะทำให้ปีงบประมาณ 2559 กรมสรรพสามิตจะจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น 1.5 หมื่นล้านบาท ทำให้ภาพรวมการเก็บรายได้ของกรมดีขึ้น และคาดว่าทั้งปีงบประมาณจะจัดเก็บได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4.96 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ครม.มีมติให้เพิ่มอัตราภาษีน้ำมันดีเซล เนื่องจากราคาน้ำมันปรับลดลงมากและเงินกองทุนน้ำมันฯ ก็อยู่ระดับสูง รัฐบาลจึงเห็นควรปรับเพิ่มภาษีน้ำมันดีเซลให้เหมาะสมมากขึ้น
"อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากรมสรรพสามิตจะได้รายได้จากภาษีน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จากเดิมที่ไม่ได้คาดไว้ก่อนหน้า แต่กรมก็ยังเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีให้ได้เกินเป้ามากที่สุด เพื่อช่วยให้การเก็บรายได้ภาพรวมของประเทศได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้" นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวว่า การเก็บภาษีของกรมในเดือน ธ.ค. 2558 สามารถจัดเก็บได้ 4.66 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 3,000 ล้านบาท เนื่องจากการเก็บภาษีรถยนต์และเบียร์ได้เกินเป้าเป็นจำนวนมาก ส่วนรายได้จากภาษีน้ำมันยังต่ำกว่าเป้า 880 ล้านบาท แต่คาดว่าการเก็บภาษีน้ำมันตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559 เป็นต้นไปจะได้เกินเป้า ผลจากการปรับเพิ่มภาษีน้ำมันดีเซล
สำหรับภาพรวมการเก็บรายได้ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2559 หรือตั้งแต่เดือน ก.ย. 2558-ธ.ค. 2559 กรมสรรพสามิตจัดเก็บได้ 1.27 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 3,100 ล้านบาท เนื่องจากการเก็บภาษีรถยนต์เกินเป้า 2,800 ล้านบาท และภาษีเบียร์เกินเป้า 3,900 ล้านบาท
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยร่วงไปแตะระดับ 29.96 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก่อนกลับมาปิดตัวอยู่ที่ 30.31 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง และขณะนี้ตลาดโลกเริ่มคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจต่ำลงลึกไปถึง 20 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล







