
บัวหลวงแนะDWเลี่ยงCall
บล.บัวหลวงแนะกลยุทธ์ลงทุน DW หุ้นขาลงหลีกเลี่ยง Call อย่าซื้อเฉลี่ย
บล.บัวหลวงแนะกลยุทธ์ลงทุน DW หุ้นขาลงหลีกเลี่ยง Call อย่าซื้อเฉลี่ย
นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง เปิดเผยว่า แนะนำการลงทุนใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ในช่วงตลาดขาลงให้แก่นักลงทุนเพื่อรับมือในปี 2559 คาดว่าหุ้นยังผันผวนสูงโดยหลีกเลี่ยงซื้อ Call DW และไม่ควรซื้อถัวเฉลี่ยต้นทุนเหมือนหุ้น เพื่อหวังให้ราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วจะทำกำไรได้ เพราะเมื่อราคาหุ้นอ้างอิงอยู่ในช่วงขาลงอย่างสมบูรณ์จะมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อ
ทั้งนี้ นักลงทุนที่เข้าซื้อ Call DW ในหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ PTTEP ในปีที่ผ่านมาขาดทุนอย่างหนัก เนื่องจากราคาหุ้นอ้างอิงลดลงต่อเนื่อง รวมทั้งการเสื่อมค่าเวลาอาจทำให้มูลค่า DW ที่ถืออยู่เป็นศูนย์ จึงแนะนำให้ลูกค้า บล.บัวหลวง ใช้โปรแกรมการซื้อขาย Bualuang iAlgo เพื่อช่วยส่งคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติตามจุดตัดขาดทุนที่นักลงทุนกำหนดเองได้
นอกจากนี้ ในช่วงตลาดหุ้นขาลง หากจะลงทุนใน Call DW ควรเน้นหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาดหรือหุ้นที่มีข่าวดีสนับสนุน ซึ่งจะทำให้หุ้นวิ่งสวนทางตลาดโดยรวมได้ โดยสามารถดูข้อมูลหุ้นผ่านโปรแกรม Aspen for Browser เพื่อเทียบผลตอบแทนย้อนหลัง 1 สัปดาห์ 1 เดือน และ 3 เดือน ของหุ้นตัวใดตัวหนึ่งกับดัชนีหลักทรัพย์ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อคาดการณ์แนวโน้มหุ้นในอนาคต รวมทั้งควรตรวจสอบราคาที่เหมาะสมของ DW หรือ Indicative Price ก่อนลงทุน ผ่าน www.blswarrant.com เพื่อป้องกันการซื้อ DW ที่ราคาสูงเกินจริง เนื่องจากในช่วงตลาดผันผวน โบรกเกอร์อาจออก DW ไปจำนวนมากจนไม่สามารถดูแลสภาพคล่อง DWให้ราคาเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาหุ้นอ้างอิง อย่างไรก็ตามนอกจาก Put DW ที่ทำกำไรได้ในช่วงขาลงแล้ว นักลงทุนยังสามารถทำ Short Sell หรือ Block Trade ได้
นายบรรณรงค์ กล่าวถึงภาพรวมการซื้อขาย DW ในปี 2558 คิดเป็นสัดส่วนต่อปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งระบบอยู่ที่ 3.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2552 ที่มีการเสนอขาย DW ครั้งแรกในประเทศไทย เนื่องจากภาวะตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง นักลงทุนจึงเข้ามาเก็งกำไร DW หนาแน่นขึ้น โดยมีการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรกอยู่ในกลุ่มดัชนีตลาดหลักทรัพย์สัดส่วน 35.8% กลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร 14.6% กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค 14.5% ส่วนหลักทรัพย์อ้างอิงที่ได้รับความนิยมสูงสุดอ้างอิงดัชนี SET50 มีสัดส่วนการซื้อขายสูงถึง 35.7% รองลงมาหุ้น บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) โดยมีการซื้อขายจำนวนมากใน DW ประเภท Put สอดคล้องกับดัชนี SET50 ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2558
สำหรับตลาดหุ้นไทยในปี 2558 ดัชนีลดลง 14% ปิดที่ 1,288.02 จุด โดย 2 เดือนแรกตลาดได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรปและการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สนับสนุนให้ดัชนีทำนิวไฮในรอบ 21 เดือน แตะระดับ 1,619 จุด โดยช่วงเวลานั้นนักลงทุนได้เข้าเก็งกำไร Call DW ในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกระแสฟันด์โฟลว์ไหลเข้า หลังจากนั้นไปถึงเดือน ส.ค.ดัชนีเริ่มปรับตัวลงไปในทางเดียวกับตลาดเอเชีย นักลงทุนจึงเข้ามาเก็งกำไร Put DW ที่อิงหุ้นธนาคารพาณิชย์ กลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยว ช่วงปลายปีดัชนีกลับมาผันผวนอย่างหนัก จึงมีแรงเก็งกำไร ใน PutDW หุ้นพลังงานและปิโตรเคมี ท่องเที่ยวและสื่อสารจำนวนมาก
ขณะเดียวกันในปี 2558 มีการแข่งขันของโบรกเกอร์สูงขึ้น โดยออก DW หลายรุ่นในสินค้าอ้างอิงเดียวกันจำนวนมาก ส่งผลให้มี DW ที่เสนอขายในตลาดทั้งหมด 1,606 รุ่น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีเพียง 1,371 รุ่น โดยมี DW ที่ซื้อขายในตลาด จำนวน 885 รุ่น แบ่งเป็น Call จำนวน 654 รุ่น และ Put 231 รุ่น เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2557 ที่มี DW จำนวน 870 รุ่น รวมทั้งจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงเพิ่มขึ้นเป็น 103 ตัว จากสิ้นปี 2557 ที่มีจำนวน 92 ตัว โดย บล.บัวหลวงยังเป็นผู้ออก DW สูงสุดในระบบคิดเป็น 19.66% ของจำนวนทั้งหมด มีหลักทรัพย์อ้างอิงให้เลือกคิดเป็น 62.14% ของจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงทั้งหมด รวมทั้งยังรักษาส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 5 เมื่อคิดจากมูลค่าการซื้อขายสะสมตลอดปี 2558 อยู่ที่ 44%
“ในวันที่ 12 ม.ค. 2559 บริษัทจะออกและเสนอขาย DW จำนวน 6 รุ่น ครอบคลุม 5 หลักทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ CHG, EPG, PTG, TASCO และ VNG โดยออกประเภท Call ยกเว้น TASCO ที่ออกทั้ง Call และ Put เนื่องจากเป็นหลักทรัพย์ที่ได้รับคัดเลือกให้คำนวณดัชนี SET50 ส่วนหุ้นตัวอื่นๆ เพิ่งถูกนำมาคำนวณในดัชนี SET100 จึงน่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเช่นกัน” นายบรรณรงค์ กล่าว







