posttoday
หุ้นยังร่วงไม่ถึงเหว

หุ้นยังร่วงไม่ถึงเหว

12 มกราคม 2559

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนทุกกลุ่มมองหุ้นร่วงต่อ หวั่นการเมืองรุนแรงฉุดทรุดหนักกว่าภูมิภาค

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนทุกกลุ่มมองหุ้นร่วงต่อ หวั่นการเมืองรุนแรงฉุดทรุดหนักกว่าภูมิภาค

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนจากการสำรวจความเห็นของผู้ลงทุน 4 กลุ่ม ได้แก่ นักลงทุนรายบุคคล บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ สถาบันในประเทศ และสถาบันต่างประเทศ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือเดือน มี.ค. 2559 พบว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนทุกกลุ่มลดลงอยู่ที่ 73.46 ปรับลดลง 17.85% เมื่อเปรียบเทียบเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่  89.42 จุด และลดลงไปทำจุดต่ำสุดที่เคยลดลงไปในเดือน ต.ค. 2558 ที่ระดับ 57 และเดือน พ.ย. 2558 อยู่ที่ระดับ 59

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนสถาบันต่างประเทศปรับตัวลดลงมากที่สุด 57.15% อยู่ที่ 33.33 แตะระดับซบเซาอย่างมาก มีเพียงสถาบันในประเทศเพียงกลุ่มเดียวที่มีดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว แต่ยังลดลง 28.03% อยู่ที่ 90.91%

ทั้งนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าอุตสาหกรรมที่น่าสนใจมากที่สุดคือ การแพทย์และที่ไม่น่าสนใจมากที่สุดคือ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

สำหรับปัจจัยลบที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าจะกระทบการลงทุนในตลาดหุ้นมากที่สุดคือสถานการณ์ความเสี่ยงต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่จะขยายตัวประมาณ 6% ซึ่งจะกระทบประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ไปยังจีน อาทิ บราซิล อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย รวมถึงยังไม่แน่ใจถึงนโยบายทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของการส่งออก ทั้งนี้ปัญหาของจีนจะกดดันตลาดหุ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2559

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะทยอยปรับขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2559 จะกระทบต่อหนี้ของประเทศที่กู้เงินจากต่างประเทศในอัตราที่สูงคือ มาเลเซียและอินโดนีเซีย ต้นทุนการเงินที่สูงขึ้นทั้งภาระดอกเบี้ยและค่าเงินสกุลท้องถิ่นที่อ่อนค่า เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐและยังเป็นประเทศที่โดนผลกระทบจากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคาลดลงด้วย

อย่างไรก็ดี มองว่าทั้งดัชนีหุ้นและดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนที่ออกมายังไม่ถึงจุดต่ำสุด เพราะในปี 2559 ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากในประเทศที่จะมีน้ำหนักต่อตลาดหุ้นไทย จึงอาจกดดันให้ปรับตัวลดลงได้มากกว่าตลาดหุ้นภูมิภาค โดยเฉพาะปัจจัยการเมืองที่มีความเสี่ยงที่จะมีความเคลื่อนไหวและความรุนแรง เนื่องจากเข้าใกล้ช่วงที่หลายคดีความจะมีคำตัดสินออกมา รวมถึงประเด็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ซึ่งทั้งกลุ่มผู้คัดค้านหรือสนับสนุนต่างมีฐานจำนวนคนที่มาก

“ปีนี้มองว่าบ้านเมืองอยู่ในช่วงตัดเชือก จะไปได้หรือไม่ได้ การเมืองเสี่ยงที่จะปะทุ ขณะเดียวกันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในประเทศไทยตกต่ำต่อเนื่องทั้งข้าว ยางพารา และอื่นๆ รวมถึงปัญหาภัยแล้งที่จะย่ำแย่ที่สุดในช่วงปลายไตรมาส 2 หรือต้นไตรมาส 3 เพราะเป็นช่วงที่ปรากฏการณ์เอลนินโญจะมีความรุนแรงที่สุด ซึ่งจะกระทบต่อเกษตร จึงเห็นว่ารัฐบาลควรเพิ่มนโยบายว่าจะดูแลปัญหานี้อย่างไร รวมถึงการที่จะเห็นกลุ่มประเทศมหาอำนาจจะเดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยมากขึ้น เพราะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเมืองในภูมิภาคอาเซียน เพื่อกดดันให้เลือกฝั่งของตัวเอง

สำหรับกระแสเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ก็มีโอกาสไหลออกจากตลาดหุ้นได้แต่ไม่น่ามาก และไม่มีความกังวลเพราะเงินร้อนส่วนใหญ่ออกไปหมดแล้วเม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่ที่เหลือของต่างชาติเป็นการลงทุนระยะยาว แต่ที่ห่วงมากกว่าคือ ตลาดตราสารหนี้ที่เสี่ยงฟันด์โฟลว์ จะไหลออกทั้งตราสารหนี้ระยะสั้นและระยะยาวเพราะดอกเบี้ยของเฟดที่ขยับขึ้น

ภาวะตลาดหุ้นขณะนี้ไม่เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น แต่มองว่าเป็นโอกาสในการลงทุนในหุ้นที่มีราคาลดลงแต่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี รวมถึงในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่ราคาลดลง แต่ยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้ระดับที่ดีประมาณ 6-7%

นางวรวรรณ กล่าวต่อในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) ในช่วงปลายปี 2558  ได้ส่งหนังสือถึงบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) เพื่อขอความเห็นใจและทวงถามถึงการที่ปฏิบัติขัดต่อหลักธรรมาภิบาล (CG) โดยหากยังไม่ตอบกลับมาภายในสิ้นเดือน ม.ค. 2559 นี้ มีความเป็นไปได้สูงที่กองทุนทั้งหมดที่ถือหุ้น CPALL รวมกันประมาณ 10% จะไม่ถือหุ้นลงทุนต่อแต่ทั้งนี้ขึ้นกับนโยบายภายในผู้จัดการกองทุนของแต่ละแห่ง

ด้านตลาดหุ้นวันที่ 11 ม.ค. ดัชนีดำดิ่งถึง 23.33 จุด บริเวณ 1,220 จุด ก่อนฟื้นอย่างรวดเร็วในช่วงบ่ายปิดที่ระดับ 1,234.50 ติดลบ 9.68 จุด หรือ 0.78% ดีกว่าภูมิภาคหลายตลาด

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่