
แก้ฟอกเงิน
โดย...เนติบริการ
โดย...เนติบริการ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2559 มติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอและให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป
การออกกฎหมายฉบับนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ต่อราชอาณาจักรไทย และวิถีชีวิตของคนไทยจำนวนมากทีเดียว
ในที่ประชุม ครม. กระทรวงการคลัง เสนอว่า ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกขององค์กรต่อต้านการฟอกเงินเอเชียแปซิฟิก (Anti-Pafic Group on Money Laundering – APG) ตั้งแต่ปี 2544 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2544
ดังนั้น ประเทศไทยในฐานะสมาชิกมีพันธกรณีที่ต้องเข้ารับการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
สำหรับประเทศไทยมีกำหนดเข้ารับการประเมินรอบที่ 3 ในรอบปี 2559 จำเป็นที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายให้เป็นมาตรฐานสากล โดยเพิ่มหลักเกณฑ์ในการควบคุมเงินตราที่เป็นเงินบาทขาเข้าประเทศ และกำหนดมาตรการควบคุมตราสารทางการเงินผ่านแดน รวมทั้งบทกำหนดโทษการฝ่าฝืนร่างพระราชบัญญัติและอนุบัญญัติที่ออกตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรด้วย
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรมีอำนาจในการตรวจค้น ยึด หรืออายัดสิ่งของดังกล่าวได้
ดังนั้น หากประเทศไทยไม่มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายดังกล่าว อาจส่งผลให้ประเทศไทยไม่ผ่านการประเมินดังกล่าว
เมื่อเป็นเช่นนี้ ประเทศไทยจะต้องแก้ไขปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... เพื่อให้ไทยไม่อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศได้
ก่อนที่ประเทศไทยจะได้จัดส่งรายงานให้ FATF ภายในเดือน พ.ย. 2559 และพร้อมสำหรับการประเมินรอบถัดไปในเดือน พ.ย. 2559
ปัจจุบันมีหลักเกณฑ์วิธีการ ในการยื่นคำขอดังนี้
กรณีเป็นเงินตราของไทย
1.นำเข้าได้ไม่จำกัดจำนวน
2.การนำเงินบาทออกไปยังประเทศเมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย เวียดนาม และจีน (เฉพาะมณฑลยูนนาน)
1) นำออกเกิน 4.5 แสนบาท แต่ต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตามแบบที่กำหนด
2) นำออกเกิน 2 ล้านบาท ต้องขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย
3.สำหรับการนำเงินบาทออกไปยังประเทศอื่นๆ ต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
1) นำออกได้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท
2) นำออกเกิน 5 หมื่นบาท ต้องขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย
หากเป็นเงินตราต่างประเทศ
1.นำเข้าและนำออกได้ไม่จำกัดจำนวน
2.นำเข้าหรือนำออกเกินกว่า 2 แสนเหรียญสหรัฐหรือเทียบเท่า ต้องกรอกแบบสำแดงเงินตราต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรในขณะที่ผ่านด่านศุลกากรตามแบบที่กำหนด







