
ภาครัฐร่วมช่วยชาวนาหาทางลดพื้นที่ปลูกข้าว
ภาครัฐร่วมจัดแผนช่วยเหลือลดพื้นที่ปลูกข้าวเหลือ 25 ล้านตันจากปกติ 32 ล้านตันแล้วส่งเสริมปลูกพืชอื่นทดแทน
ภาครัฐร่วมจัดแผนช่วยเหลือลดพื้นที่ปลูกข้าวเหลือ 25 ล้านตันจากปกติ 32 ล้านตันแล้วส่งเสริมปลูกพืชอื่นทดแทน
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะทำงานวางแผนการผลิตข้าวครบวงจรว่า ได้เชิญภาครัฐ เกษตรกร และเอกชน ร่วมจัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร เพื่อรองรับผลผลิตข้าวฤดูกาลผลิต 2559/60 โดยกำหนดเป็นแผนระยะสั้น 6 เดือน ระยะกลาง 12 เดือน และระยะยาว 18 เดือน เบื้องต้นได้กำหนดตัวเลขการผลิตข้าวปี2559/60 ที่ 25 ล้านตันข้าวเปลือกจากปีการผลิตปกติจะอยู่ในระดับ 31-32 ล้านตัน เนื่องจากต้องมีการลดพื้นที่การเพาะปลูกจากภัยแล้งและกำหนดพื้นที่ปลูกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยคาดว่าแผนดังกล่าวจะเสร็จภายใน 1 เดือน
สำหรับในส่วนของปัจจัยการผลิต กระทรวงพาณิชย์จะกำกับดูแลการลดราคาปัจจัยการผลิต ได้แก่ ค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง ค่ารถเกี่ยวนวด และพัฒนามาตรฐานโรงสีข้าว ส่วนด้านการตลาดในประเทศ ให้มีการเชื่อมโยงการจำหน่ายข้าวคุณภาพเฉพาะเพื่อเพิ่มช่องทางตลาด สร้างความเป็นธรรมในการค้าข้าว โดยการส่งเสริมให้มีการซื้อขายอย่างเป็นธรรม เช่น กำกับดูแลการใช้เครื่องชั่ง เครื่องวัดความชื้น การปิดป้ายแสดงราคา กำหนดมาตรฐานการซื้อขายข้าว และเพิ่มเติมการขึ้นทะเบียนท่าข้าว เป็นต้น
พร้อมกันนี้ยังมีการส่งเสริมการบริโภคข้าวในต่างประเทศ, ส่งเสริมตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวและนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ สร้างภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์ตลาดข้าวเพื่อตอบสนองตลาดบน
ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะกำหนดพื้นที่เพาะปลูกข้าวแต่ละชนิดในพื้นที่ที่เหมาะสมให้สอดคล้อง กับปริมาณความต้องการในแต่ละชนิดข้าว โดยมีการบริหารจัดการน้ำและพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมและเพียงพอ รวมทั้งกำหนดการปลูกพืชทดแทนในพื้นที่ไม่ได้ปลูกข้าวโดยกระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้หาตลาดให้สำหรับการปลูกอื่นมาทดแทนการปลูกข้าว
“นโยบายของนายกรัฐมนตรีไม่เน้นการเป็นผู้ส่งออกข้าวเบอร์ 1 ของโลกแต่จะเน้นส่งเสริมให้เงินในกระเป๋าของชาวนามีมากขึ้นและสามารถผลิตข้าวที่มีคุณภาพ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ เกษตรกร ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานอื่นๆจำเป็นต้องทำแผนระยะสั้นออกมาก่อนจากนั้นจะวางแผนในระยะยาว ส่วนการกำหนดการปลูกข้าวในปี 2559/60 ที่ 25 ล้านตันนั้นเป็นตัวเลขเบื้องต้นเพราะต้องให้กระทรวงเกษตรฯมีการสรุปที่แน่นอนอีกครั้ง” น.ส.ชุติมา กล่าว
น.ส.ชุติมา กล่าวอีกว่า ในส่วนของยางพาราที่มีราคาตกต่ำนั้นทางกระทรวงพาณิชย์พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯในการแก้ปัญหาทุกๆด้าน แต่ยอมรับว่าสาเหตุที่ราคายางพาราตกต่ำปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีราคาตกต่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้กระทวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย ภาคเอกชนและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายางพาราและควบคุมปริมาณการผลิต ที่กำหนดให้มีการโค่นต้นยางปีละ 4 แสนไร่ เป็นเวลา 7 ปี เริ่มปี 2558/59 เบื้องต้นกระทรวงมีแผนทำตลาดต่างประเทศร่วมกับสมาคมธุรกิจไม้ยางพาราไทย โดยเน้นประเทศที่มีนโยบายใช้การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานชีวมวล เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลี หรือประเทศที่นำเข้าไม้ยางพาราไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น อินเดียและจีน เป็นต้น







