posttoday
ทำไมประเทศกำลังพัฒนาจึงชอบเปิดตลาดหลักทรัพย์

ทำไมประเทศกำลังพัฒนาจึงชอบเปิดตลาดหลักทรัพย์

06 มกราคม 2559

โดย...ดร.พิชิต อัคราทิตย์

โดย...ดร.พิชิต อัคราทิตย์

ประเทศเมียนมาเพิ่งเปิดตลาดหลักทรัพย์ Yangon Stock Exchange (YEX) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา หลังจากประเทศกัมพูชา (Cambodia Securities Exchange) ในปี 2555 ประเทศลาว (Lao Securities Exchange) ในปี 2553 และประเทศเวียดนาม (Ho Chi Minh Stock Exchange และ Hanoi Stock Exchange) ในปี 2543 และปี 2548 ตามลำดับ

ดูเหมือนประเทศกำลังพัฒนารอบบ้านเรา ต่างเห็นดีเห็นงามกับการมีตลาดหลักทรัพย์เป็นของตนเอง ทั้งๆ ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็พยายามที่จะให้ประเทศเหล่านั้นมาใช้บริการบ้านเรา อย่างไรก็ตามหากย้อนกลับไปในปี 2518 ที่ประเทศไทยเริ่มตั้งตลาดหลักทรัพย์เราก็คิดแบบเดียวกัน คือ อยากมีตลาด หลักทรัพย์เป็นของตนเอง

ก่อนการมีตลาดหลักทรัพย์ ถ้าเรามีเงินทุนอยู่ 100 บาท และมีโครงการลงทุนที่ดีมากรออยู่ เราอาจกู้เงินธนาคารได้สัก 2 เท่า ของเงินทุน หรือ 200 บาท ทำให้เราสามารถลงทุนในกิจการได้ 300 บาท (ในที่นี้อัตราส่วนหนี้ต่อทุน หรือ Debt-Equity Ratio = 2 ต่อ 1)

แต่ถ้ามีตลาดหลักทรัพย์เราระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์สัก 99 บาท ซึ่งทำให้เรายังคงเป็นผู้ถือหุ้นข้างมากและสามารถควบคุมกิจการได้ (ถือหุ้น 100 บาท จากทั้งหมด 199 บาท) และเรามีโครงการลงทุนที่ดีที่ต้องการเงินทุนมาก เราอาจกู้ธนาคาร หรือระดมเงินกู้ในรูปตราสารหนี้จากตลาดหลักทรัพย์ได้อีก 401 บาท (D/E ratio 2:1 เหมือนกรณีก่อนมีตลาดหลักทรัพย์) รวมเป็นทุนทรัพย์ทั้งสิ้น 600 บาท

และถ้าเราใช้เงิน 600 บาท นี้ ตั้งเป็นบริษัทโฮลดิ้ง (มีรายได้จากการถือหุ้นบริษัทอื่น) และลงทุนตั้งบริษัทลูกอีก 6 บริษัทใช้เงินทุนบริษัทละ 100 บาทแต่ละบริษัทลูกระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ 99 บาท และกู้เงินอีก 401 บาท (ทำเหมือนบริษัทแม่) แต่ละบริษัทก็จะลงทุนได้ 600 บาท รวม 6 บริษัท เป็น 3,600 บาท

จะเห็นได้ว่า ถ้าไม่มีตลาด หลักทรัพย์ เงินทุนที่มี 100 บาท สามารถลงทุนในกิจการได้ขนาดสินทรัพย์ 300 บาท (3 เท่า) แต่ถ้ามีตลาดหลักทรัพย์ เงินทุน 100 บาท สามารถขยายการลงทุนได้ถึงไม่ต่ำกว่า 3,600 บาท (36 เท่า) โดยเรายังคงควบคุมกิจการได้เต็มที่ เพราะถือหุ้นเกินกว่าครึ่ง

นอกจากนี้ ถ้าเราสามารถควบคุมกิจการโดยถือหุ้นน้อยกว่าครึ่ง (มีมากมายในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นอย่างนี้) สมมติถือเพียง33% เงินทุน 100 บาท ของเราจะสามารถลงทุนในกิจการได้ถึง 8,100 บาท หรือ 81 เท่า ของเงินทุน โดยเรายังคงควบคุมกิจการอยู่ได้

การมีตลาดหลักทรัพย์ จึงช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนา ที่ทั้งรัฐและเอกชนต้องการเงินทุนจำนวนมาก สามารถระดมทุนจากประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อลงทุนในกิจการขนาดใหญ่ได้ ดังตัวอย่างข้างต้น

แต่ทำไมประเทศกำลังพัฒนารอบบ้านเราไม่ไปใช้ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเราในการระดมทุน

คำตอบสำคัญ ก็คือ กิจการในประเทศกำลังพัฒนา จะไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่นนั้น ทำได้ยากมาก เพราะ 1.โครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของกิจการในประเทศกำลังพัฒนา มักจะยังไม่พร้อม ทำให้การเปิดเผยข้อมูลของกิจการที่ระดมทุน (ระบบบัญชี ภาษีและข้อมูลกิจการ) ทำได้ยากและมีต้นทุนสูง หากจะทำให้ได้ตามเกณฑ์การเข้าตลาดของตลาดหลักทรัพย์ที่จะไประดมทุน

2.การบังคับกฎหมายหลักทรัพย์โดยตลาดหลักทรัพย์ในประเทศหนึ่งให้มีผลในอีกประเทศหนึ่งนั้นทำได้ยาก เป็นอุปสรรคต่อการที่ตลาดหลักทรัพย์และผู้คุ้มกฎจะคุ้มครองนักลงทุนของตน

หากทางการในประเทศกำลังพัฒนา คิดถึงต้นทุนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐานของตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น และวางระบบการบังคับกฎหมายข้ามประเทศให้ได้ผลเพียงพอกับความต้องการของผู้คุ้มกฎในอีกประเทศหนึ่ง แล้วการสร้างตลาดหลักทรัพย์เป็นของตนเองดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่