posttoday
พลาสติก…ซิตี้

พลาสติก…ซิตี้

06 มกราคม 2559

โดย...ฉัตรพงศ์ ตันติมณีวัฒน์

โดย...ฉัตรพงศ์ ตันติมณีวัฒน์

ใส่ถุงมั้ยคะ!!! วลีเด็ดของพนักงานร้านค้าสะดวกซื้อ มักพูดเสมอหลังจากคิดเงินค่าสินค้าให้ลูกค้าแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้การซื้อหมากฝรั่ง 5 บาทเพียงแค่ชิ้นเดียว พนักงานก็ยังคว้าถุงพลาสติกก๊อบแก๊บมาใส่ให้ ลูกค้าก็คว้าไปโดยไม่ได้ไยดีอะไร ส่วนใหญ่แล้วจะนำไปทิ้งขว้าง ซึ่งพนักงานแคชเชียร์จะทำหน้าที่ไปตามที่อบรมมาว่าจะต้องใส่ถุงให้ลูกค้าเสมอ

ลองคิดดูนะครับว่า 1 คน 1 ร้าน 1 ครั้ง ทุกวันจะต้องใช้ถุงพลาสติกเท่าไร แล้วร้านค้าสะดวกซื้อในปัจจุบันมีอยู่เท่าไร แค่คำนวณคร่าวๆ ก็คิดไม่ตกแล้วครับกับปริมาณถุงพลาสติกที่เราใช้กันในแต่ละวัน แต่ในปัจจุบันเริ่มเห็นห้างสรรพสินค้า ร้านค้าสะดวกซื้อ หลายแห่ง เมื่อขายสินค้าชิ้นเล็กๆ จำนวนไม่มาก เริ่มเข้าใจพฤติกรรมซื้อของลูกค้าแล้วว่าถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงสามารถถือไปได้ ลูกค้าก็จะมีแนวโน้มปฏิเสธการรับถุงพลาสติกจากร้านค้า นอกจากจะเป็นการประหยัดถุงพลาสติกของทางร้านแล้ว ยังช่วยลดขยะพลาสติกด้วย

การรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกเป็นตัวเลขเชิงสัญลักษณ์กันว่า “เราลดการใช้ถุงพลาสติกไปแล้วเป็นจำนวน...ถุง” การปฏิเสธถุงพลาสติกจากร้านค้าต่างๆ เป็นพฤติกรรมใหม่ที่ผู้บริโภคเริ่มปรับเปลี่ยน เนื่องจากเห็นสภาวะขยะล้นเมือง จนมีการรณรงค์ให้นำถุงผ้ามาใส่สินค้า หรือการใช้วัสดุจากชานอ้อย มันสำปะหลัง หรือกระดาษมาทำบรรจุภัณฑ์ เพื่อการย่อยสลายในธรรมชาติที่เร็วขึ้น เนื่องจากพลาสติกและโฟมเมื่อไม่ใช้แล้วจะกลายเป็นขยะ ซึ่งจะย่อยสลายในธรรมชาติได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 400 ปี แต่หากบรรจุภัณฑ์เป็นวัสดุธรรมชาติจะย่อยสลายในธรรมชาติได้ภายในเวลาเพียง 45 วัน

ประเทศไทยมีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีขยะมูลฝอยประมาณ 16 ล้านตัน ซึ่งเป็นขยะใน กทม. ร้อยละ 22 หรือเฉลี่ย 9,800 ตัน/วัน ในที่นี้เป็นขยะที่ถูกกำจัดอย่างถูกต้องเพียง 5.8 ล้านตัน ที่เหลืออีกกว่า 10 ล้านตัน กลับถูกกำจัดในสิ่งแวดล้อมด้วยการเผาทิ้ง จากสถิติดังกล่าวแม้จะมีความพยายามลดปัญหาปริมาณขยะ แต่ปริมาณขยะไม่ได้ลดลงเลย เพราะการทิ้งขยะในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค พฤติกรรมเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากการตลาดบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างความสะดวก สร้างความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งเมื่อถึงเวลาผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะ “ทิ้ง”

อาหารว่างที่นิยมกินกันระหว่างมื้ออาหารที่เรียกว่า “เบรก” ส่วนใหญ่พบเห็นตามงานประชุม สัมมนา งานบุญ งานศพ ร้านค้าจะนิยมใส่กล่องติดโลโก้ร้าน เบอร์โทรศัพท์ สร้างเอกลักษณ์กันเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าสั่งในโอกาสต่อไป แต่ในปัจจุบันธุรกิจรับจัดอาหารว่างใส่กล่องแข่งกันมากขึ้น จำเป็นต้องใส่กล่องบรรจุภัณฑ์ เพื่อความสะดวกในการขนส่ง แต่นั่นหมายถึงการเพิ่มปริมาณขยะให้มากขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่เบรกแล้วก็ทิ้งกล่องบรรจุภัณฑ์ไว้ ซึ่งของว่างบางชนิดไม่จำเป็นต้องใส่กล่องเลย หรือถ้าจำเป็นก็ควรเลือกที่จะใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม หรือเลือกใช้กระบวนการจำหน่ายที่เป็นการลดขยะ เช่น เบรกแบบหยิบกิน แล้วให้ความรู้ในที่ประชุมสัมมนา หรืองานเลี้ยง งานศพ ว่าเราคือกิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม “ขออภัย งดใช้กล่อง” นี่คือนวัตกรรมทางความคิดที่มีแต่ผู้บริโภคจะชื่นชม

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่