posttoday
ขุมทรัพย์ในอากาศ ทำสถิติประวัติศาสตร์ 1.5 แสนล้าน

ขุมทรัพย์ในอากาศ ทำสถิติประวัติศาสตร์ 1.5 แสนล้าน

19 ธันวาคม 2558

การประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ในระบบ 4จี เป็นสิ่งที่ต้องจารึกในประวัติศาสตร์ของไทย เพราะมีการแข่งขันราคาอย่างดุเดือด

โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์

การประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ในระบบ 4จี เป็นสิ่งที่ต้องจารึกในประวัติศาสตร์ของไทย เพราะมีการแข่งขันราคาอย่างดุเดือดยาวนาน 4 วัน แต่ยังไม่จบ จากราคาเริ่มต้นใบอนุญาตละ 12,864 ล้านบาท แต่สู้กันหนักจนราคาทะลุ 1.51 แสนล้านบาท ในรอบที่ 198 เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 18 ธ.ค.

ใบอนุญาตล็อตที่ 1 ราคา 75,654 ล้านบาท คิดเป็น 470% ของมูลค่าคลื่น ใบอนุญาตล็อตที่ 2 ราคา 76,298 ล้านบาท คิดเป็น 474% ของมูลค่าคลื่น จนเข้าสู่ช่วงพักการประมูล ก่อนจะเริ่มต้นอีกครั้งในเวลา 00.00 น. ของวันเสาร์ที่ 19 ธ.ค.

สิ่งที่กำลังแย่งชิงกันอยู่นี้ คือ คลื่นความถี่ในอากาศที่จับต้องไม่ได้ แต่กลายเป็นขุมทรัพย์ในอากาศที่วงการโทรคมนาคมมีความต้องการจนทำให้มีราคาสูงลิ่วจนหลายคนคาดไม่ถึงว่าคลื่นความถี่เป็นสื่อกลางส่งผ่านข้อมูลจากมือถือเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง จะมีค่างวดมากขนาดนี้

แม้แต่คณะผู้บริหารในรัฐบาลก็ยังตกอกตกใจกับมูลค่าทรัพยากรในอวกาศของชาติว่าจะมีมูลค่ามหาศาล จนทำให้ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมยอมทุ่มเงินหลักแสนล้านบาท เพื่อแย่งชิงมาครอบครองตลอดระยะเวลา 15 ปี

หากว่าคลื่นความถี่ 1800 MHz 2 ใบอนุญาตที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำออกมาประมูลได้สร้างความตื่นตะลึง เมื่อผู้เข้าร่วมประมูล 4 ราย คือ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค และ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น แข่งขันกันเคาะราคาข้ามวันข้ามคืน 2 วัน กับอีก 1 คืน ราคาประมูลสูงถึง 80,778 ล้านบาท ผู้ชนะล็อตที่ 1 คือ บริษัท ทรูมูฟ เอชฯ ราคา 39,792 ล้านบาท และผู้ชนะล็อตที่ 2 คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ราคา 40,986 ล้านบาท สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนในชาติไปแล้ว

แต่การประมูลคลื่น 900 MHz 2 ใบอนุญาต รอบนี้ทำเอาการประมูลคลื่น 1800 MHz กลายเป็นเรื่องเล็กไปทันที เพราะใช้เวลาประมูลถึง 4 วัน ทุบสถิติการประมูลที่ใช้เวลานานที่สุดในโลก ราคารวมทะลุ 1.51 แสนล้านบาท มากกว่างบลงทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง 1 เส้นทางเสียอีก

แม้แต่ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ก็คาดไม่ถึง จึงประเมินว่าราคาไม่น่าจะลากไปเท่าไร แต่การประมูลครั้งนี้จะแข่งขันอย่างดุเดือด เพราะผู้ที่ชนะการประมูล 1800 MHz ไปแล้ว จะไม่ปล่อยให้ราคาคลื่น 900 MHz ต่ำกว่าราคาที่ตัวเองชนะ เพราะจะทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันในตลาดมือถือ แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าราคาจะมากขนาดนี้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาพุ่งไปมากขนาดนี้ มาจากการที่ทุกค่ายมือถือยังมีความต้องการใช้คลื่นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มจัสมินต้องการมากที่สุด เพราะยังไม่มีคลื่นความถี่ในมือ นอกเหนือจากการให้บริการอินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ และไว-ไฟ ในนามของ 3BB การสู้อย่างหนักของรายใหม่มีผลต่อราคา

ประการต่อมาคือ กลุ่มเอไอเอส ซึ่งมีคลื่นในมือเพียง 30 MHz แม้จะได้คลื่น 1800 MHz แต่การที่มีลูกค้ากว่า 40-45 ล้านเลขหมาย ทำให้เกิดความแออัดในการให้บริการจึงต้องการคลื่นมาอยู่ในมือมากที่สุด

ส่วนทรูก็มีคลื่นในมือจำนวนหนึ่ง แต่หากได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.จะดีในแง่ที่ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าจ่ายค่าสัมปทาน ที่สำคัญได้รับคลื่นไปในราคา 3.9 หมื่นล้านบาท หากดันราคาคู่แข่งให้สูงขึ้นย่อมตัดกำลังคู่แข่งทางอ้อม

ขณะที่ดีแทคนั้นมีคลื่นในมือมากที่สุด 65 MHz แต่มีแค่ 50 MHz และจะหมดสัมปทานในปี 2561 จึงมีความจำเป็นต้องได้คลื่นนี้มาอยู่ในมือมาก แม้จะสามารถใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ที่มีอยู่เดิมในการให้บริการ 4จี ภายใต้สัญญาสัมปทานกับบริษัท กสท โทรคมนาคม แต่ไม่มีหลักประกันใดๆ หากไร้คลื่นในมือย่อมหมายถึงการหลุดวงโคจรในธุรกิจนี้ นี่จึงเป็นปัจจัยว่าทำไมราคาทะลุเพดาน

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) วิเคราะห์ว่า ปัจจัยที่ทำให้การแข่งขันยังเป็นไปอย่างดุเดือด เพราะต้องการสู้ราคาเพื่อตีกันไม่ให้รายใหม่เข้ามาสู่ตลาดได้ โดยยอมเฉือนเนื้อและเสี่ยงที่จะมีกำไรน้อยลง

ขณะที่สมาคมผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่นานาชาติ (GSMA) ประเมินว่า ผู้บริโภคชาวไทยใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์ ขณะที่ผู้ให้บริการแต่ละรายยังขาดแคลนคลื่นความถี่ในการให้บริการ จึงต้องการประมูลเพื่อให้ได้ความถี่มาเพิ่ม

สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) วางโรดแมปจะให้บริการ 5จี ในเชิงพาณิชย์ว่า ภายในปี 2020 ซึ่งทำให้มีความต้องการความถี่เพื่อให้บริการความเร็วสื่อสารข้อมูลสูงถึง 1 กิกะบิต (Gbps) โดยผู้ให้บริการ 1 ราย ต้องการคลื่นความถี่ 70 MHz ดังนั้นแต่ละค่ายจึงต้องช่วงชิงคลื่นความถี่ให้ได้

ขณะที่ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. วิเคราะห์ว่า การแข่งขันราคาที่สูงขนาดนี้สะท้อนว่าผู้ประมูลทั้ง 4 รายต้องการคลื่นความถี่อย่างแท้จริง เพราะหากจะมีผู้ประมูลรายใดต้องการดันราคาเพื่อสร้างต้นทุนแก่คู่แข่ง แต่หากพลาดขึ้นมาก็จะต้องแบกค่าประมูลเสียเอง

ไม่ว่าผลประมูลจะออกมาอย่างไรก็ตาม ได้ทุบองค์ความรู้ของ กสทช.และคนในวงการไปทั้งหมดแล้ว นั่นหมายถึงว่าขุมทรัพย์ในอากาศนั้นมีมูลค่าเกินกว่าที่ใครคาดคิด

วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ผู้ชนะประมูลคงจะต้องกลับมาทำตัวเลขประมาณการรายได้และสัดส่วนการเงินใหม่ทั้งหมด เพราะราคาประมูลสูงเกินความคาดหมาย ซึ่งจะมีผลต่อการระดมทุน แม้ทั้ง 3 เจ้าใหญ่ล้วนมีหนี้ยังไม่สูงมาก ยังมีหน้าตักที่จะก่อหนี้ได้เพิ่มพอสมควร และถ้าราคาสูงขนาดนี้ หนี้ที่ต้องใช้อาจจะต้องเป็นระยะยาวพอสมควร เพื่อที่จะพอเหมาะกับกระแสเงินสดรับ

ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่า ทุก 1 หมื่นล้านบาทของต้นทุนใบอนุญาตคลื่นที่เพิ่มขึ้นจะฉุดกำไรในปี 2559 โดยเอไอเอสกำไรจะลดลงจากเดิม 4.22 หมื่นล้านบาท เหลือ 4.15 หมื่นล้านบาท ดีแทคกำไรจะลดจาก 3,700 ล้านบาท เหลือ 3,300 ล้านบาท ทรูจะขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก 3,200 ล้านบาท เป็น 5,100 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์รายหนึ่งให้ข้อมูลว่า หากราคาคลื่น 900 MHz ทะลุ 1 แสนล้านบาทต่อใบอนุญาต ผู้ประกอบการจะมีต้นทุนราว 8,944 ล้านบาท/ปี  แต่ไม่กระทบกับเอไอเอสที่มีรายได้ปีละ 1.18 แสนล้านบาท ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 11% แต่การที่ค่าธรรมเนียมจากการประมูลเหลือเพียง 5.25% มีส่วนต่างมากกว่า 6,785 ล้านบาท ฉะนั้น แม้เอไอเอสจะเคาะราคาถึงใบอนุญาตละ 1 แสนล้านบาท กำไรสุทธิจะยังสามารถเติบโตได้ในปี 2559 ไม่น้อยกว่า 5%

นี่คือที่มาที่ทำให้ศึกชิงคลื่นในอากาศมีราคาสูงเกินคาดหมาย แต่ผู้ประกอบการทุกรายก็ยินดีที่จะสู้เพื่อครอบครองขุมทรัพย์นี้ไว้ในมือ

ข่าวล่าสุด

สนธิรัตน์จี้รัฐบาลหยุดวงจรถอนทุนการเมือง แนะ 4 ข้อสร้างระบบโปร่งใส

สนธิรัตน์จี้รัฐบาลหยุดวงจรถอนทุนการเมือง แนะ 4 ข้อสร้างระบบโปร่งใส