
สนธิรัตน์จี้รัฐบาลหยุดวงจรถอนทุนการเมือง แนะ 4 ข้อสร้างระบบโปร่งใส
สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีโพสต์เฟซบุ๊กเตือนรัฐบาลปัจจุบันระวังวงจรถอนทุนการเมืองหลังสังคมกังขาเมกะโปรเจกต์ จี้ปฏิรูป 4 ด้านลดต้นทุนเลือกตั้ง
KEY
POINTS
- นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เตือนรัฐบาลให้ระวัง "วงจรถอนทุนทางการเมือง" ที่อาจเกิดจากการทุจริตในโครงการขนาดใหญ่ แม้รัฐบาลจะมีเสถียรภาพสูง
- ชี้ว่าสังคมกำลังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ของรัฐ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่ข้อกังวลดังกล่าว
- เสนอแนวทางปฏิรูป 4 ข้อเพื่อสร้างระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ, เสริมกลไกตรวจสอบ, คุ้มครองผู้เปิดโปง และปฏิรูประบบเลือกตั้ง
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก (คลิกอ่านต้นฉบับ) เตือนรัฐบาลปัจจุบันเสี่ยงเผชิญ "วงจรถอนทุนทางการเมือง" แม้มีเสถียรภาพสูง ชี้สังคมกังขาเมกะโปรเจกต์ แนะเปิดข้อมูลและปฏิรูป 4 ด้าน เพื่อสร้างระบบตรวจสอบที่ยั่งยืน
รายละเอียดข้อเสนอการปฏิรูประบบการเมือง 4 ด้าน
นายสนธิรัตน์ระบุว่า ปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมในระบบการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน เนื่องจากทุนการเลือกตั้งที่สูงขึ้นทำให้เกิดแรงกดดันในการแสวงหาผลประโยชน์เมื่อเข้าสู่อำนาจ โดยได้เสนอแนวทางแก้ไข 4 ข้อสำคัญ ได้แก่
- เปิดเผยข้อมูล โครงการภาครัฐ 1 ระบบ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและสังเกตการณ์ได้ง่าย
- เสริมกลไกตรวจสอบ ของรัฐสภา องค์กรอิสระ และภาคประชาชนให้มีความเข้มแข็ง
- คุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูล ทั้งสื่อมวลชน นักวิชาการ และพลเมืองที่ทำหน้าที่เพื่อสาธารณะ
- ปฏิรูประบบการเลือกตั้ง เพื่อลดต้นทุนทางการเมืองและสร้างการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม
"ความโปร่งใสไม่ใช่ภาระของผู้มีอำนาจ แต่เป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจ การแก้ปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่การล้มฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน" นายสนธิรัตน์ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เกิดขึ้นในบริบทที่รัฐบาลปัจจุบันถูกมองว่ามีเสถียรภาพและมีอำนาจเต็มในการขับเคลื่อนนโยบาย จนหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะสามารถบริหารประเทศได้ระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาสังคมเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ (Megaproject) หลายโครงการ เช่น โครงการด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยี จึงนำมาสู่ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งชี้แจงเพื่อความโปร่งใสและอนุญาตให้เกิดการตรวจสอบอย่างจริงจังก่อนที่จะกลายเป็นวิกฤตศรัทธา







