
รัฐบาลให้อำนาจ ผอ.โรงเรียนสั่งปิดหนีน้ำท่วมปี 69 ทันที เน้นปลอดภัยสูงสุด
รัฐบาลออกมาตรการเชิงรุกรับมือน้ำท่วมปี 2569 ให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษาสั่งหยุดเรียนได้ทันที พร้อมรายงานสดผ่านไลน์เพื่ออนุมัติถุงยังชีพทันท่วงที
KEY
POINTS
- รัฐบาลมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถประเมินสถานการณ์และสั่งปิดสถานศึกษาได้ทันทีเมื่อเผชิญเหตุอุทกภัย โดยเน้นความปลอดภัยของนักเรียนเป็นอันดับแรก
- ในช่วงปิดเรียนให้ปรับรูปแบบการสอนเป็นออนไลน์หรือวิธีอื่นที่เหมาะสม พร้อมผ่อนปรนการบ้านและการสอบเพื่อลดผลกระทบต่อนักเรียนและผู้ปกครอง
- สถานศึกษาต้องเตรียมพื้นที่เป็นศูนย์อพยพชั่วคราวให้ชุมชน และมีแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด ทั้งการซ่อมแซมอาคารและการจัดสอบชดเชย
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการได้ออกมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมืออุทกภัยในสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษาประเมินความเสี่ยงและสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวได้ทันที พร้อมให้รายงานสถานการณ์แบบเวลาจริง (Real-time) ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ (Line) เพื่ออนุมัติถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นอย่างทันท่วงที โดยยึดความปลอดภัยของนักเรียนเป็นอันดับ 1
สำหรับแนวทางการจัดการเรียนการสอนช่วงวิกฤต ให้ปรับเปลี่ยนเป็นระบบออนไลน์ (Online) ระบบออนแอนด์ (On-hand) หรือระบบออนดีมานด์ (On-demand) ตามความเหมาะสม และให้ครูผ่อนปรนการส่งการบ้านและการสอบเพื่อดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนและผู้ปกครอง นอกจากนี้ยังกำหนดให้สถานศึกษาจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยเพื่อเป็นศูนย์อพยพชั่วคราวของชุมชน
ส่วนมาตรการระยะยาวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ให้สถานศึกษาเร่งจัดทำแผนสอบชดเชย จัดหาอุปกรณ์การเรียนทดแทน และประสานศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนของอาชีวศึกษาเพื่อส่งทีมช่างเข้าซ่อมแซมอาคาร ก่อนรายงานความเสียหายเพื่อขอรับงบประมาณช่วยเหลือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รวมถึงประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อปรับปรุงระบบระบายน้ำร่วมกันในระยะยาว
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการประเมินสถานการณ์ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่าแนวโน้มอุทกภัย ดินสไลด์ และน้ำท่วมฉับพลันมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี โดยเฉพาะในปี 2568 ที่ผ่านมา มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบจำนวน 2,000 แห่ง และมีนักเรียนได้รับผลกระทบจำนวน 160,000 คน ซึ่งพบปัญหาโรงเรียนประสบภัยพิบัติซ้ำซ้อน รัฐบาลจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากตั้งรับเป็นเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว







