
คลื่นลูกใหม่ต่อยอดทัวร์ สู่บริการระบบโรงแรม
ท่ามกลางเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิตมนุษย์ ช่วยเสริมธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้น แต่อีกด้านก็มีบางธุรกิจที่ต้องสะดุดเมื่อเกิดธุรกิจบนพื้นฐานเทคโนโลยีมาแย่งฐานลูกค้า การปรับตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของธุรกิจเหล่านี้ ใครปรับตัวเร็วก็อยู่รอด
ท่ามกลางเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิตมนุษย์ ช่วยเสริมธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้น แต่อีกด้านก็มีบางธุรกิจที่ต้องสะดุดเมื่อเกิดธุรกิจบนพื้นฐานเทคโนโลยีมาแย่งฐานลูกค้า การปรับตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของธุรกิจเหล่านี้ ใครปรับตัวเร็วก็อยู่รอด
ศิวจักร อุสมาน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซีบีเอส ทราเวล เอเชีย บริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดต่างชาติเที่ยวไทยและผู้ดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ hotelclub88.com ตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวออนไลน์สำหรับภาคธุรกิจกับธุรกิจ (บีทูบี) และผู้อำนวยการ บริษัท ซีเอสคอนเน็ก เปิดเผยว่า ธุรกิจบริษัทนำเที่ยว เป็นธุรกิจที่ครอบครัวทำมายาวนาน แม้เวลานี้เทคโนโลยีมาแรงทำให้พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยน เดินทางด้วยตัวเองไม่ผ่านบริษัทนำเที่ยวมากขึ้น แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าธุรกิจนี้ไม่มีวันตาย
ทั้งนี้ เพราะยังมีกลุ่มคนที่ต้องซื้อทัวร์ ซื้อห้องพักด้วยการโทรจองกับบริษัทนำเที่ยวอยู่ดี เนื่องจากธุรกิจนี้แตกแขนงไปจับตลาดเฉพาะกลุ่ม (นิชมาร์เก็ต) ได้ ตัวอย่าง คือ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ต้องการบริษัทนำเที่ยวช่วยจัดการให้ ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยมีชื่อเสียงมาก ชาวตะวันออกกลางมาใช้บริการสูง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงอย่างมากในจีน จึงมีศักยภาพโตได้อีกไกลหากเข้าไปทำตลาดนี้
ขณะเดียวกัน แม้ตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวออนไลน์ (โอทีเอ) ทั้งทำตลาดการซื้อขายระหว่างภาคธุรกิจกับลูกค้าทั่วไป (บีทูซี) และบีทูบีจะได้รับความนิยม แต่ก็มีผู้เล่นในตลาดมาก ท้ายที่สุดแล้วโอทีเอที่เป็นรายใหญ่ในตลาดก็จะอยู่รอด ส่วนรายเล็กจะค่อยๆ หายไปตามปรากฏการณ์ปลาใหญ่กินปลาเล็ก โดยถูกโอทีเอรายใหญ่มาซื้อกิจการไปเรื่อยๆ เช่น ซีทริป โอทีเอรายใหญ่ในจีน ไม่นานมานี้เพิ่งเข้าถือหุ้น 45% ในโอทีเอจีนชื่อชวี่หน่า (Qunar.com) แต่สำหรับบริษัทนำเที่ยวที่เป็นตัวแทนภาคพื้นประเทศนั้นๆ ยังไม่ตายจากไปไหน
สำหรับซีบีเอส ทราเวล เอเชีย มีธุรกิจโอทีเอ ประเภทบีทูบี ชื่อโฮเทลคลับ 88 ถือเป็นโอทีเอประเภทบีทูบีสัญชาติไทยเจ้าใหญ่ที่สุดในตลาด โดยเปิดดำเนินการมากว่า 10 ปี จึงไม่กังวลกับขาธุรกิจนี้เช่นกัน ขณะที่ในด้านการแข่งขัน แม้จะมีโอทีเอแบบบีทูบีหน้าใหม่เข้ามาเวลานี้ ก็เชื่อว่าจะตีตื้นลำบาก อาจแบ่งส่วนแบ่งตลาดไปได้เล็กน้อย เพราะมีอุปสรรคเรื่องความคุ้มค่าลงทุน เนื่องจากโอทีเอแบบบีทูบีต้องลงทุนระบบสูง อีกทั้งต้องเริ่มสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรต่างๆ ซึ่งโฮเทลคลับ 88 อยู่มานาน มีพันธมิตรโรงแรมกว่า 3,500 แห่ง ตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวที่เป็นผู้ซื้อ 2,500-3,000 ราย
ศิวจักร กล่าวว่า เข้ามาช่วยครอบครัวดูแลธุรกิจเหล่านี้ 3 ปีแล้ว ซึ่งก่อนมาช่วยงาน ได้ไปลองหาประสบการณ์ทำงานธุรกิจท่องเที่ยวจากต่างประเทศเพื่อเรียนรู้มุมมองของต่างชาติแล้วนำมาปรับใช้ทำงานในไทย จากการเรียนรู้ พบว่า ต่างชาติจะมองทิศทางธุรกิจไปไกลกว่าไทย ทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจท่องเที่ยวได้มากกว่าไทย
การเริ่มต้นช่วยธุรกิจครอบครัว เริ่มจากการทำหน้าที่ติดต่อโรงแรมต่างๆ ที่จะนำมาขายในโฮเทลคลับ 88 และระหว่างที่ช่วยธุรกิจก็สนใจทำธุรกิจให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) สำหรับโรงแรม แต่เนื่องจากเป็นเรื่องเทคนิคต้องใช้เวลาเรียนรู้ รวบรวมข้อมูล กระทั่งเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา มีโอกาสร่วมงานมหกรรมการขายด้านการท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ไอทีบี ที่กรุงเบอร์ลิน ได้พบบริษัทเกิดใหม่จากเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดียที่ทำธุรกิจระบบไอทีโรงแรม
ในที่สุดจึงจับมือเป็นพันธมิตรร่วมทุนเปิดบริษัทในไทยเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ บริษัท ซีเอสคอนเน็ก ให้บริการระบบไอทีโรงแรมมีบริการ 5 ระบบ ได้แก่ 1.แชนแนล แมนเนจเมนต์ เป็นระบบสำหรับการทำธุรกิจบนออนไลน์ ช่วยปรับเปลี่ยนราคาห้องพักที่นำเสนอในโอทีเอต่างๆ มีโอทีเอที่ระบบเชื่อมโยงกว่า 70 รายทั่วโลก ในจำนวนนี้มีโอทีเอ 10 รายที่ครอบคลุมยอดจองออนไลน์ 95% ของตลาดรวม 2.อี-ไปรเวต คอนแท็ก เป็นระบบสนับสนุนการทำธุรกิจออฟไลน์ ใช้พิมพ์ใบสัญญารูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้คู่ค้าแต่ละรายได้
3.บุ๊กกิ้ง เอนจิ้น ระบบสนับสนุนทำธุรกิจบนออนไลน์ เป็นการทำระบบจองห้องพักบนเว็บไซต์โรงแรมที่เชื่อมโยงกับแชนแนล แมนเนจเมนต์ได้ 4.เรเวนิว แมนเนจเมนต์ ระบบสนับสนุนธุรกิจบนออนไลน์ ให้โรงแรมดูราคาห้องพักของคู่แข่งที่นำเสนอบนออนไลน์พร้อมคำนวณราคาที่ควรนำเสนอ โดยกำหนดจำนวนโรงแรมคู่แข่งที่เฝ้าติดตามได้ 5.คอนแท็ก รีเซอร์เวชั่น ซิสเท็ม เป็นระบบสนับสนุนธุรกิจบนออฟไลน์ ช่วยทำสัญญาจองห้องพักกับคู่ค้าหลายๆ รายได้ในเวลาเดียวกัน
ปัจจุบันระบบที่ 1-3 เปิดบริการได้แล้ว ส่วนระบบที่ 4-5 จะเริ่มให้บริการต้นปีหน้า โดยการมีทั้ง 5 ระบบนี้ ทำให้บริษัทเป็นผู้ให้บริการระบบไอทีโรงแรมที่ครบวงจรต่างจากบริษัทอื่นที่ให้บริการระบบใดระบบหนึ่ง
ศิวจักร ตั้งเป้าหมายว่า 6 เดือนหลังเปิดบริษัท จะดึงโรงแรมใช้บริการระบบได้ 50 แห่ง จากนั้นเพิ่มเป็น 100 แห่งใน 1 ปี และเป็น 200 แห่งใน 2 ปี หรือเฉลี่ยแล้วเพิ่มขึ้นเดือนละ 10 แห่ง ปัจจุบันมีโรงแรมใช้บริการแล้วมากกว่า 20 แห่ง ระบบที่คาดว่าโรงแรมจะใช้มากที่สุด คือ แชนแนล แมนเนจเมนต์ ซึ่งปลายปีนี้ไปจะเน้นเจาะกลุ่มโรงแรมในจังหวัดภาคใต้ก่อน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีโรงแรมมาก หลังจากที่ทีมงานมากขึ้นจะขยายไปเจาะตลาดโรงแรมภาคอื่นๆ ต่อไป
“ธุรกิจโอทีเอแบบบีทูบีที่ทำอยู่จะให้เติบโตก้าวกระโดดคงยากแล้ว จึงต้องคิดหาทางเป็นบริษัทนำเที่ยวที่พุ่งเป้าธุรกิจไปทางออนไลน์แต่จะให้ไปเปิดโอทีเอประเภทบีทูซีเวลานี้คงไม่ใช่คำตอบ เพราะแข่งกับโอทีเอรายใหญ่ในตลาดยากแล้ว จึงสนใจให้บริการระบบไอทีโรงแรม โดยใช้จุดแข็งเรื่องความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับโรงแรมที่มียาวนานต่อยอดขยายธุรกิจระบบไอทีโรงแรม ซึ่งน่าจะประสบความสำเร็จมากกว่า”
จากธุรกิจต่างๆ ที่มีอยู่ คาดว่ารายได้ของซีบีเอส ทราเวล เอเชีย ปีนี้น่าจะทำได้ 900 ล้านบาท สัดส่วนรายได้ 40% มาจากบริษัทนำเที่ยวซีบีเอสอีก 60% มาจากโฮเทลคลับ 88 คิดเป็นจำนวนลูกค้าซื้อแพ็กเกจเฉลี่ย 250 แพ็กเกจ/วัน โดยในธุรกิจนี้จะให้ความสำคัญรุกตลาดลูกค้าจีนมากขึ้น เพราะตลาดโตสูง เพื่อทดแทนลูกค้าสเปน โปรตุเกส และรัสเซียที่ลดลง ส่วนบริษัท ซีเอสคอนเน็ก คาดหวังว่า 1 ปีครึ่งหลังจากนี้จะทำรายได้ได้ 1.5 ล้านบาท/เดือน
ศิวจักร กล่าวว่า การสืบทอดธุรกิจจะมองคุณพ่อเป็นแบบอย่าง สิ่งที่คุณพ่อทำและได้จดจำมาปฏิบัติตามโดยตลอด คือ การซื่อสัตย์และจริงใจกับคู่ค้า เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นเรื่อยๆ เพราะความสัมพันธ์คือหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ ขณะที่การให้บริการลูกค้าต้องเน้นเรื่องคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีในราคาที่รับได้ หากทำได้เช่นนี้ก็จะใช้ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่มีต่อยอดธุรกิจได้เรื่อยๆ เป็นประโยชน์ต่อรากฐานธุรกิจระยะยาว
ถือเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงในวงการท่องเที่ยวที่น่าจับตา นอกจากเตรียมพร้อมอย่างดีก่อนเข้ามาเดินเกมธุรกิจเดิมที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ยังรู้จักต่อยอดสู่ธุรกิจเชื่อมโยงที่มีศักยภาพเติบโตสูงด้วย







