
ปัญหาหุ้นตก ในเดือน ธ.ค.!
เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี คือ เดือน ธ.ค. โดยปกติการมองทุกอย่างในเดือน ธ.ค.เป็นเดือนแห่งการส่งความสุข แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดกลับไม่เป็นเช่นนั้น นอกจากการไหลลงของราคาหุ้นแล้ว ต้องยอมรับว่ามีปัจจัยเกิดขึ้นมากมาย จนน่ากังวลในหลายเรื่อง
เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี คือ เดือน ธ.ค. โดยปกติการมองทุกอย่างในเดือน ธ.ค.เป็นเดือนแห่งการส่งความสุข แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดกลับไม่เป็นเช่นนั้น นอกจากการไหลลงของราคาหุ้นแล้ว ต้องยอมรับว่ามีปัจจัยเกิดขึ้นมากมาย จนน่ากังวลในหลายเรื่อง
ภาพใหญ่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ก็คือ การเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจที่ทุกคนยอมรับว่าในปี 2558 ชะลอตัวกว่าที่คาด เหลือเพียง 2.6-2.9%
สำหรับ GDP ปีนี้และปีหน้าตั้งความหวังว่าจะเติบโตมากกว่าเดิม แต่ต้องยอมรับว่าการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในเดือน ธ.ค. จะเป็นเดือนที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจปีหน้าเป็นอย่างไร เพราะอย่าลืมว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยเป็นการชี้นำเศรษฐกิจ
กรณีเศรษฐกิจเติบโตดี ตลาดหุ้นก็ควรขึ้นเพราะบริษัทจดทะเบียนจะกำไรเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นการที่หุ้นตกในเดือน ธ.ค.คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าครึ่งปีแรก 2559 เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดี (จะไม่พยายามคาดการณ์ทั้งปี เพราะความคลาดเคลื่อนจะสูง)
ผมยังเชื่อว่านี่คือเรื่องสำคัญมากกว่าการเกิดกระแสข่าวเรื่องของการคว่ำบาตรของกลุ่ม EU ต่อประเทศไทย หรือแม้กระทั่งเรื่องของสายการบิน
บทเรียนของหุ้นตกเที่ยวนี้ อาจจะมีคำตอบมากมายหลายเรื่อง เรื่องที่อยากพูดถึงก็คือ เรื่องของการซื้อเฉลี่ยของการลงทุน โดยเฉพาะ LTF
บทเรียนครั้งนี้จะชัดเจนว่าการซื้อเฉลี่ยในบางครั้งก็จะมีข้อผิดพลาดมากกว่า การคาดการณ์ที่มีความแม่นยำในการเข้าลงทุน แต่ก็บอกได้สำหรับท่านที่ยังไม่ได้เข้าซื้อ จังหวะ ณ ปัจจุบันเหมาะสมมากสำหรับการลงทุน LTF หรือ RMF โดยเฉพาะกองทุนหุ้น
ประเด็นการใช้ข้อมูลภายในและมีการประกาศทำโทษผู้บริหาร น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดี สำหรับความโปร่งใสของตลาดหุ้นไทย และต้องขอชมเชยในการกล้าประกาศของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างมาตรฐานใหม่ในการปฏิบัติงานที่ไม่มีการแบ่งพวก และทำงาน 2 มาตรฐาน
กรณีการทำเช่นนี้ ในทุกๆ กรณีน่าจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความโปร่งใสให้กับการลงทุนหุ้นไทย เพราะหลายครั้งเราจะเห็นแค่การพูด, การอ้าง, การแจกรางวัลที่ไม่โปร่งใส หรือฮั้วกัน การตัดสินโดยไม่ยกเว้นว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทใหญ่หรือไม่ ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก นี้คือ การพัฒนา CG ที่แท้จริง?
เรื่องการวิเคราะห์ทางเทคนิคการหลุดแนวรับทางเทคนิค ในบริเวณ 1350-1360 ทำให้ทิศทางเสียไป และมีความเป็นไปได้ที่การปิดของ SET INDEX ในปีนี้ อาจจะไม่เกิน 1350-1360 หรือ 1380 เพราะฉะนั้นความหวังอันสูงสุด คือ ตัวเลขไม่เกิน 1400
บทสรุปวันนี้ เล่ามามากมายหลายเรื่อง ซึ่งเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นระยะสั้น แต่คงต้องทำใจในภาพการลงทุนและเศรษฐกิจโดยรวมที่ต้องบอกว่าแย่กว่าที่คิด แต่คงหวังว่าผลกระทบที่เกิดขึ้น น่าจะเกิดขึ้นเพียงครึ่งปีแรก 2559 เท่านั้น และครึ่งปีหลังเราหวังมุมมองที่ดีขึ้น
การวางกลยุทธ์ในตลาดหุ้นช่วงนี้ ควรมีการจัดพอร์ตใหม่ และลดความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะตอนการดีดกลับของภาพ SET INDEX (ซึ่งคาดว่าน่าจะดีดกลับได้บ้างจากราคาหุ้นที่ตกและกองทุน LTF, RMF)







