
อีเอ็มซีแนะ ธุรกิจไทย เร่งลงทุนบิ๊กดาต้า
การก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลของธุรกิจไทย ไม่ใช่จะมองแค่เรื่องของคลาวด์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองข้ามไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นทุกวันอย่างบิ๊กดาต้า เพื่อให้การแข่งขันของธุรกิจต่างๆ สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะปัจจุบันไม่ใช่การทำธุรกิจแบบปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกต่อไปแต่เป็นปลาเร็วกินปลาช้ามากกว่า
การก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลของธุรกิจไทย ไม่ใช่จะมองแค่เรื่องของคลาวด์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองข้ามไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นทุกวันอย่างบิ๊กดาต้า เพื่อให้การแข่งขันของธุรกิจต่างๆ สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะปัจจุบันไม่ใช่การทำธุรกิจแบบปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกต่อไปแต่เป็นปลาเร็วกินปลาช้ามากกว่า
นฐกร พจนสัจ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย)เปิดเผยว่า การสนับสนุนกลุ่มธุรกิจระดับกลางและย่อมหรือเอสเอ็มอี รวมไปถึงกลุ่มสตาร์ทอัพของภาครัฐนั้น ทำให้ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่เคยเป็นเจ้าตลาดไม่อาจมองข้ามเรื่องการลงทุนด้านไอทีได้อีกต่อไป เพราะการนำเทคโนโลยีมาใช้งานนั้น จะช่วยให้เกิดข้อได้เปรียบทางการค้าและสามารถแข่งขันต่อไปในระดับโลกได้ หากไม่ลงทุนก็จะอยู่ต่อลำบาก
“จากการจัดอันดับบริษัทชั้นนำ 500 แห่ง (Fortune 500) ของสหรัฐอเมริกา จะเห็นว่ามีหลายธุรกิจที่ไม่วางแผนปรับตัวด้านไอทีล่วงหน้าจึงเสียโอกาสและต้องปิดตัวไป และมีบริษัทหน้าใหม่ขึ้นมาแทนที่ เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจด้านใดก็ควรที่จะวางแผนด้านเทคโนโลยีล่วงหน้า เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่การลงทุนเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ หรือคลาวด์อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ต้องมองไปถึงการนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ตลาดและสามารถนำข้อมูลแบบไม่เป็นทางการมาปรับใช้เพื่อต่อยอดธุรกิจได้”
ปัจจัยที่จะทำให้ภาพรวมตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง คือ 1.คน ที่เปลี่ยนรุ่นจากเจนเอ็กซ์ (Generation X) สู่เจนวาย (Generation Y) 2.เทคโนโลยี จากยุคของพีซีมาเป็นโมบายทำให้การเชื่อมโยงกันทั้งเน็ตเวิร์ก โซเชียลมีเดียและคอนเทนต์ ช่วยลดเวลาในการทำงานให้เร็วขึ้น และ 3.การปรับเปลี่ยนของรูปแบบธุรกิจ ที่หันมาใช้ออนไลน์และดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสและรายได้ทางธุรกิจมากขึ้น
“ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรูปแบบใด หากรู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้ล้วนแต่จะช่วยสร้างโอกาสทั้งสิ้น เช่น ธุรกิจการเงินที่มีคลื่นลูกใหม่อย่าง Non-Bank หรือบริการเงินออนไลน์ที่เรียกว่า กระเป๋าเงินอัจฉริยะ หรืออี-วอลเล็ต เข้ามาตีตลาดการจ่ายเงินแบบเดิม ทำให้ธนาคารต้องปรับรูปแบบการให้บริการทันต่อความต้องการของลูกค้ามากขึ้น”
วิทยา วรัญญชัยชนะ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ Isilon ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท อีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า จำนวนข้อมูลแบบอันสตรัคเจอร์ดาต้า หรือข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้าง เช่น ภาพหรือคลิปวิดีโอ ฟิล์มเอกซเรย์ หรือไฟล์ข้อมูลที่เกิดจากอุปกรณ์แวร์เอเบิ้ล เป็นต้น สามารถนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมและสร้างโอกาสสร้างรายได้ให้แก่องค์กรธุรกิจที่ใช้งานอย่างเหมาะสมได้
“มีองค์กรเกือบทุกประเภทที่ใช้ Isilon Data Lake 1.0 ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งตอนนี้มีอีเอ็มซีเพียงรายเดียวที่ให้บริการ ดังนั้น การอัพเกรดสินค้าเป็น Isilon Data Lake 2.0 จึงเข้ามาช่วยส่งเสริมตลาดบิ๊กดาต้าสำหรับอนาคตให้ทำงานง่ายขึ้นผ่านอุปกรณ์เดียว ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่องค์กรมีทั้งหมด รวมทั้งที่อยู่บนคลาวด์ ให้นำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” วิทยา กล่าว
ขณะที่การลงทุนโครงสร้าง 4จี คาดว่าไตรมาส 2 ปี 2559 จะเป็นโอกาสมากขึ้น สำหรับสิ้นปีนี้อีเอ็มซี คาดว่าจะเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก จากการลงทุนของกลุ่มโทรคมนาคมและสถาบันการเงิน







