
เจน2 ‘สหการประมูล’ เพิ่มสินค้าสร้างทางโต
โดย...ทีมข่าวตลาด โพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวตลาด โพสต์ทูเดย์
นับแต่ก่อตั้งธุรกิจการประมูลในปี 2534 หรือ 24 ปีที่ผ่านมา จากรุ่นแรก เทพทัย ศิลา ในนามบริษัท สหการประมูล จนเป็นที่รู้จักในวงการประมูลและทำให้ตลาดซื้อ-ขายรถยนต์เมืองไทยคึกคักมากขึ้น รวมไปถึงมีผลให้การประมูลแบบเปิด (Open Auction) เป็นที่รู้จักของคนไทย
มาถึงวันนี้ เทพทัย ศิลา ได้ผันตัวเองไปเป็นที่ปรึกษาและส่งไม้ต่อให้ทายาทซึ่งถือเป็นรุ่นที่ 2 คือ วรัญญู ศิลา เข้ามาบริหารงานต่อ ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล โดยพร้อมที่จะเข้ามาสานต่อธุรกิจของรุ่นพ่อให้แตกใหญ่และเติบโตต่อไป
วรัญญู เล่าว่า ชื่อของ “สหการประมูล” ตั้งขึ้นจากเจตนาเริ่มต้นของรุ่นพ่อที่จะไม่จำกัดสินค้าที่นำมาประมูลอยู่เพียงแค่รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่หมายถึงสินค้าอะไรก็ได้ไม่จำกัด รวมไปถึงการรับจัดการประมูลธุรกิจหรือสินค้าทุกประเภทที่ทำการประมูลได้โดยมีรถเป็นธุรกิจหลัก
ดังนั้น ก้าวเดินของสหการประมูลนับจากนี้ จะได้เห็นขยับขยายไปสู่สินค้าประเภทใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สินทรัพย์อื่นๆ ของแบรนด์เนม และล่าสุดได้รับเลือกจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้เป็นผู้พัฒนาระบบการประมูลทั้งคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz รวมไปถึงการรับประมูลสินทรัพย์จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมศุลกากร
การขยายสินค้าใหม่ก็จะทำให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ได้มากขึ้นด้วย จากเดิมที่เน้นกลุ่มไฟแนนซ์ เต็นท์รถ ก็จะขยายฐานไปยังกลุ่มหน่วยงานราชการ ลูกค้าองค์กร และผู้บริโภคทั่วไป โดยชูจุดแข็งความเป็นมืออาชีพที่โปร่งใส เป็นกลาง กับระบบการประมูลแบบเปิด
สหการประมูลเริ่มต้นเปิดการประมูลครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2534 เป็นการจัดการประมูลรถยนต์ ซึ่ง 90-95% ของรถที่นำเข้าประมูลเป็นรถยนต์ที่สถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์ยึดมาจากลูกค้าที่ขาดการผ่อนชำระ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทไฟแนนซ์ หรือลีสซิ่ง รวมทั้งพวกเช่าซื้อรถ พวกปล่อยสินเชื่อรถหลายแห่งเป็นผู้ป้อนรถให้ ส่วนที่เหลือเป็นลูกค้าภายนอก เช่น บริษัทที่ต้องการขายรถใช้แล้ว เป็นต้น
“ที่ผ่านมาธุรกิจของสหการประมูลจะเติบโตโดยอิงกับเศรษฐกิจขาลง เพราะฐานลูกค้าส่วนใหญ่คือไฟแนนซ์ ที่ยึดรถมาจากผู้ใช้ที่ขาดการผ่อนจ่าย แต่นับจากนี้บริษัทต้องสามารถเติบโตในธุรกิจขาขึ้นด้วย โดยการต่อจิ๊กซอว์ไปถึงผู้ใช้ที่เป็น End-User ที่สามารถมาซื้อขายผ่านเราได้”
ปัจจัยความสำเร็จของสหการประมูลที่ผ่านมา มาจากการยอมรับของผู้ซื้อ-ผู้ขาย อันเป็นผลจากนโยบายของบริษัทที่เน้นความโปร่งใส ซื่อสัตย์ เป็นกลาง และเงื่อนไขที่ทุกคนยอมรับ คือ ราคาที่เหมาะสม เพราะรถทุกคันที่เสนอเข้ามาร่วมประมูลจะเข้าที่ประชุมฝ่ายวิเคราะห์ราคาของบริษัทเพื่อดูว่าราคาเหมาะสมหรือไม่ จึงจะรับทำการตลาดหรือการประมูลให้ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของสหการประมูล
วรัญญูฉายภาพจิ๊กซอว์ในอนาคตที่วางเป้าหมายไว้ว่า นอกจากการขยายสินค้าใหม่ๆ ที่จะนำมาประมูลแล้ว ยังเร่งเดินหน้าพัฒนาระบบไอทีภายในองค์กรโดยบุคลากรของบริษัท พัฒนาระบบการให้บริการภายในเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำชัดเจน ซึ่งระบบทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปี 2559 หลังจากนั้นจะเดินหน้าปรับปรุงระบบการให้บริการหลังการขาย รวมทั้งขยายงานส่วนอื่นๆ เพิ่มขึ้น
สำหรับระบบไอทีที่พัฒนาขึ้นเอง เป็นการเพิ่มความสะดวกเร็วของการทำงานให้มากขึ้น และยังสามารถลดต้นทุน จากเดิมที่บริษัทใช้ระบบจากประเทศแคนาดา ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเดือนละหลายแสนบาท แต่เมื่อพัฒนาขึ้นมาเองแล้วจะสามารถลดต้นทุนเหล่านั้นลงได้ รวมทั้งสามารถปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมได้ตรงความความต้องการของลูกค้าและการใช้งานของบริษัท
“การพัฒนาระบบขึ้นใช้เองในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างระบบฐานข้อมูลของบริษัท เพื่อบริหารระบบการทำงาน ลดความซ้ำซ้อนของงานเอกสาร และเพิ่มมูลค่าให้กับฐานข้อมูล ซึ่งจะใช้ควบคู่ไปกับระบบอี-ออกชั่น ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมประมูลหน้าลานและผู้เข้าร่วมประมูลออนไลน์สามารถประมูลพร้อมกันแบบเรียลไทม์”
ขณะเดียวกัน จะใช้จุดแข็งที่มีอยู่ทั้งระบบการให้บริการที่เป็นธรรมและโปร่งใส ผนวกกับจำนวนคลังสินค้าเก็บทรัพย์สินประมูลทุกภูมิภาค 26 แห่ง ใน 24 จังหวัด มีสาขาของบริษัทกระจายอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ 14 จังหวัด เพื่อครอบคลุมและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และที่สำคัญเป็นการลดต้นทุนในการเดินทางอีกด้วยและปีหน้าจะเปิดเพิ่มอีก 1-2 สาขา
พร้อมกันนี้ จะเดินหน้าสร้างตลาดใหม่ๆ ในการประมูล โดยมีแผนที่จะเปิดอีกหน่วยงานใหม่ภายใต้ชื่อ “เพื่อนประมูล” ขึ้นมา ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและช่วยเหลือในการซื้อขายให้กับผู้บริโภคทางตรง
ลูกค้ารายใหญ่ของสหการประมูล คือ ไฟแนนซ์ บริษัทลีสซิ่งพวกเช่าซื้อรถ พวกปล่อยสินเชื่อรถ รถแลกเงิน โดยสินทรัพย์ที่บริษัทจัดทำการประมูลแยกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ 1.รถยนต์ การให้บริการประมูลรถยนต์ถือเป็นรายได้หลักของบริษัท 2.รถจักรยานยนต์ ซึ่งสัดส่วนของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หากนับเป็นจำนวนคันจะมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 60:50 แต่เนื่องจากมูลค่าของรถนยนต์สูงกว่า จึงทำให้สร้างรายได้ให้กับบริษัทมากกว่า
ประเภทที่ 3ทรัพย์สินประเภทอื่นๆ อาทิ บ้าน ที่ดิน สินค้าแบรนด์เนม แฟชั่นลักซ์ชัวรี่ รถซูเปอร์คาร์ ฯลฯ รวมไปถึงโปรเจกต์พิเศษจากหน่วยงานรัฐ เช่น การได้รับเลือกจาก กสทช. ให้เป็นผู้ดำเนินการประมูล 4จี
ในปี 2557 ที่ผ่านมา สหการประมูลมีรายได้หลังหักภาษีแล้วประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนปีนี้ยังไม่สามารถประเมินได้จากสภาพตลาดที่มีความผันผวน แต่สิ่งที่ชัดเจนและมั่นใจคือ สหการประมูลเป็นผู้นำในตลาดประมูลด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 50%
จากจำนวนรถยนต์มือสองจากบริษัทไฟแนนซ์ต่างๆ มีประมาณมากกว่า 2 แสนคัน/ปี จากจำนวนการหมุนเวียนของรถยนต์มือสองในตลาดมีประมาณ 3 ล้านคัน/ปี ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าสหการประมูลยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก และหมายถึงภารกิจที่จะพิสูจน์ฝีมือของเจน 2 คนนี้ด้วยนั่นเอง







