
'นายณ์'กางแผนลุยบ้านหรู5พันล.
นายณ์วาดแผนปี 2559 เตรียมโตก้าวกระโดด ผุดอีก 2 โครงการหรู 5,500 ล้าน พร้อมลุยคอนโดกลางเมือง
นายณ์วาดแผนปี 2559 เตรียมโตก้าวกระโดด ผุดอีก 2 โครงการหรู 5,500 ล้าน พร้อมลุยคอนโดกลางเมือง
นางอรฤดี ณ ระนอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นายณ์ เอสเตท ในเครือบริษัท นารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทจะขยายตลาดโครงการที่อยู่อาศัยระดับกลางบนต่อเนื่อง โดยจะมีโครงการใหม่อีก 2 โครงการ แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียมกลางเมืองในกรุงเทพฯ ราคาขายเริ่มต้นราว 1.5 แสนบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) ขึ้นไป และโครงการบ้านแนวราบที่เขาใหญ่ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมทั้งหมด 5,500 ล้านบาท ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้ยอดขายปีหน้าเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 1,000 ล้านบาทในปีนี้ เป็น 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ยอดขายดังกล่าวไม่นับรวมโครงการพาร์ค พรีว่า รัชดา-พระราม 9 ซึ่งเป็นโครงการบ้านหรูกลางเมือง ราคา 35-90 ล้านบาท จำนวน 57 หลัง ที่กลุ่มนายณ์ฯ ร่วมทุนกับกลุ่มนารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ ส่วนโครงการที่พัฒนาโดยนายณ์ฯ ทั้งหมดและเปิดตัวในปีนี้นั้น มีด้วยกัน 4 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 2,600-2,700 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับกลางบน 3 โครงการ ได้แก่ ควอร์เตอร์ 31 จำนวน 20 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 44.3 ล้านบาท ควอร์เตอร์ 39 จำนวน 15 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 38.6 ล้านบาท และควอร์เตอร์ ทองหล่อ จำนวน 8 ยูนิต ราคา 62-135 ล้านบาท
นายสุธี ลิมปนชัยพรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นายณ์ เอสเตท กล่าวว่า ส่วนอีก 1 โครงการที่เปิดตัวในปีนี้ คือ โครงการเฌอคูน ราชพฤกษ์-สาทร จำนวน 70 ยูนิต ราคา 4.85 ล้านบาท ซึ่งเป็นการบุกตลาดทาวน์เฮาส์ 3 ชั้นเป็นครั้งแรกของกลุ่มนายณ์ฯ โดยกลุ่มนายณ์ฯ เปิดกว้างในการพัฒนาโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง แต่จะเน้นกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลางบนเป็นหลัก เพราะเป็นตลาดที่มีผู้เล่นในตลาดน้อยรายและมีความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่อง
สำหรับโครงการเฌอคูน ราชพฤกษ์-สาทร บริษัทได้พัฒนาเป็นบ้านสร้างเสร็จก่อนขาย และจะเร่งสร้างเร่งขายให้จบภายในเดือน เม.ย. 2559 เพื่อให้ทันกับมาตรการอสังหาฯ ลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนอง ส่วนในปีหน้านอกจากจะเป็นปีที่บริษัทมียอดขายก้าวกระโดดแล้ว ยังเป็นปีที่มีรายได้เป็นปีแรกด้วย ซึ่งคาดว่าจะไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ไม่รวมกับโครงการพาร์ค พรีว่า ที่จะเข้ามาในรูปแบบของส่วนแบ่งจากกำไรสุทธิ
นายสุธี กล่าวอีกว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในปีหน้าจะยังล้อไปกับเศรษฐกิจที่ยังไม่ได้ฟื้นตัวมาก กลุ่มที่เป็นที่อยู่อาศัยระดับบนยังคงมีโอกาส แต่ก็ไม่ใช่ทุกโครงการจะขายได้ ต้องอยู่ในทำเลที่ดีจริง หรือเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ของคนกลุ่มคนมากๆ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทาย เพราะราคาที่ดินที่สูงขึ้นมีผลให้ราคาบ้าน-คอนโดแพงขึ้น ในขณะที่กลุ่มคนที่จะซื้อของแพงมีจำกัด







