posttoday
โมบายแอพได้กลุ่มซื้อซ้ำ เอ็ม-เว็บโกยลูกค้าใหม่

โมบายแอพได้กลุ่มซื้อซ้ำ เอ็ม-เว็บโกยลูกค้าใหม่

26 พฤศจิกายน 2558

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ยุคนี้ถือว่าเป็นยุคที่การทำตลาดแบบดิจิทัลโมบายเข้ามามีบทบาทกับภาคธุรกิจมากขึ้น โดยช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มเห็นการปรับตัวช่องทางการตลาดของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ท่องเที่ยว และธุรกิจความสวยความงาม เริ่มมองหาและจ้างงานกลุ่มโปรแกรมเมอร์เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นมากขึ้น

ทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต กล่าวว่า เรื่องของดิจิทัลถือว่ามีอิทธิพลในการเปลี่ยนโลก เพราะพฤติกรรมใช้งานสื่อของคนไทยไม่เหมือนเดิม ภาคธุรกิจก็ต้องปรับตัว เพราะการทำตลาดผ่านช่องทางโมบายจะไม่เหมือนกับการทำตลาดผ่านสื่อเดิม

“ประชากรไทยมี 67.9 ล้านคน แต่มีการใช้งานมือถือสูงถึง 91.9 ล้านเครื่อง และจำนวนกว่า 48.2 ล้านคน หรือ 52.44% เป็นการใช้งานสมาร์ทโฟน ซึ่งผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวน 82.1% จะดูผ่านโมบายและใช้งานมากถึง 5.7 ชั่วโมง/วัน ทำให้มองว่าหลังมี 4จี ที่ความเร็วเพิ่มขึ้น จะยิ่งเพิ่มโอกาสเข้าถึงแอพพลิเคชั่นมากขึ้น”

การใช้งานสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงการบริโภคข้อมูลที่ง่ายขึ้น คาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า การบริโภคสื่อต่างๆ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นจะเพิ่มขึ้นเป็น 90% จากปัจจุบันอยู่ที่ 62% และลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงแบรนด์ส่วนใหญ่ ก็จะเลือกเข้าทางหน้าแอพ มากกว่าเข้าผ่านโมบายเว็บไซต์ ทำให้แบรนด์ต้องหาวิธีสื่อสารที่จะสร้างความต้องการใช้งานของแบรนด์ที่มากขึ้น

“หากเทียบการใช้งานระหว่างโมบายแอพกับโมบายเว็บ จะเห็นว่าการเข้าถึงลูกค้าใหม่ของเว็บจะดีกว่า แต่การดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้งานซ้ำ การเข้าผ่านแอพจะสะดวกกว่า เพราะเข้าถึงข้อมูลได้ไว ทั้งยังมีระบบการแจ้งเตือนที่สอดรับกับระบบปฏิบัติการ แม้ว่าต้นทุนจะสูงแต่ค่อนข้างคุ้มค่าในระยะยาว”

ด้านประโยชน์การสร้างแอพพลิเคชั่นภาคธุรกิจมี 5 เรื่อง คือ 1.สร้างความบันเทิงและอยากมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน 2.ช่วยให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าง่ายขึ้น 3.แจ้งข้อมูลข่าวสารใหม่ ได้แบบทันท่วงที 4.มีประโยชน์ที่หลากหลายมากกว่าการใช้งานในเว็บ และ 5.ช่วยให้การสื่อสารระหว่างแบรนด์กับลูกค้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น

หากมองในเรื่องของมูลค่าตลาดแอพพลิเคชั่นจะแตกออกเป็นหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาหรือเกมก็ยังไม่มีการเก็บตัวเลขที่ชัดเจน แต่จากทิศทางที่บริษัทคาดคะเน จะมาจากจำนวนแอพรองรับแอนดรอยด์กว่า 1.6 ล้านแอพ ไอโอเอส 1.5 ล้านแอพ โต 30% ต่อเนื่องทุกปี

“แชปปี้ คือแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างแอพพลิเคชั่นของแบรนด์ได้ด้วยตนเอง โดยจะมีทั้งแบบฟรีและเสียค่าบริการรายเดือน ทางเจ้าของสินค้าหรือแบรนด์สามารถออกแบบหน้าตาแอพ ใส่ข้อมูลและกำหนดรูปแบบการใช้งานได้เองเหมือนกับเว็บไซต์ และจะเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้บนคลาวด์ ทำให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ไม่ต้องลงทุนระบบไอทีซ้ำซ้อน” ทรงยศ กล่าว

โดยรูปแบบการให้บริการ ยังไม่มีผู้เล่นในไทย แต่จะบูมมากในตลาดต่างประเทศ ซึ่งการพัฒนาแอพขึ้นมาเพื่อใช้งานเองผ่านโปรแกรมเมอร์เฉพาะทางหายากและต้นทุนสูง ทำให้การผลิตแอพเพื่อใช้งานในประเทศมีเพียง 3,000 แอพ บริษัทเชื่อว่าการให้บริการในรูปแบบนี้จะเจาะตลาดแพลตฟอร์มช่วยสร้างแอพของคนไทยได้มากขึ้น คาดมีลูกค้าประมาณ 200 รายที่สนใจ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่