
"ไทยกรีนอะโกร"ชี้ ปี59ธุรกิจเกษตรสุดบูม
สินค้าเกษตรไทยไม่มีวันตายมีกลุ่มคนทำงานและกลุ่มที่ทำอาชีพเกษตรกรรม หันมาทำสินค้าเกษตรปลอดสารพิษเพิ่มมากขึ้น
วราภรณ์ เทียนเงิน
ในปี 2559 จะเป็นปีทองของอุตสหกรรมการเกษตรของประเทศไทย และผู้ที่ทำอาชีพเกษตรกร เพราะราคาสินค้าเกษตรจะเริ่มปรับตัวสูงมากขึ้น และเชื่อว่ารัฐบาลจะมีนโยบายใหม่ออกมาแก่อุตสาหกรรมการเกษตร ที่จะพลิกอุตสาหกรรมการเกษตรไทยได้ ตามความเห็นของ มนตรี บุญจรัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกรีน อะโกร และประธานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
“มนตรี บุญจรัส” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกรีน อะโกร ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์และปัจจัยการผลิตปลอดสารพิษทุกชนิด และประธานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ เปิดเผยว่า สินค้าเกษตรไทยไม่มีวันตาย และจะเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ ที่มีกลุ่มคนทำงานและกลุ่มที่ทำอาชีพเกษตรกรรม หันมาทำสินค้าเกษตรปลอดสารพิษเพิ่มมากขึ้น ที่มีความปลอดภัยทั้งต่อผู้ปลูกและผู้บริโภค ขณะเดียวกัน กระแสตื่นตัวการหันมาบริโภคอาหารปลอดสารพิษที่มีมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าผักปลอดสารพิษมีไม่เพียงพอและขาดตลาดในบางครั้ง
สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มทำธุรกิจและเลือกอาชีพการเกษตรนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ยาก แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้อยากเริ่มทำการเกษตร คือ การต้องมีความรู้ และศึกษาข้อมูล รวมถึงการมีพื้นที่จำนวน 1 ไร่ก็สามารถเริ่มทำการเกษตรได้แล้ว รวมถึงควรจะศึกษาและเรียนรู้ การทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกรไทย ที่มีจำนวน 30 ล้านคน และยังเป็นประโยชน์ต่อคนที่อยากทำการเกษตร โดยการทำการเกษตร ควรเริ่มจากเกษตรปลอดสารพิษ ก่อนขยายไปเกษตรออแกนิคส์ และการทำเกษตรแบบปลอดสารพิษ จะมีต้นทุนต่ำกว่า เกษตรที่ใช้สารเคมีถึง 70%
นายมนตรี กล่าวต่อว่า การทำธุรกิจตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ที่ตนเองพยายามผลักดันเรื่องการทำเกษตรแบบปลอดสารพิษ และจะต้องเผชิญกับปัญหาและความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากบริษัทรายใหญ่ที่ทำด้านสารเคมีและมีกฎระเบียบของรัฐที่ไม่เอื้อต่อผู้ประกอบการเกษตรปลอดสารพิษ เพราะขั้นตอนการขออนุญาตของการทำสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ ต้องใช้เวลานานถึง 3-7 ปีในบางราย ทำให้ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเอกชนหลายราย ยุติทำธุรกิจไปจากปัญหาดังกล่าว
แต่สิ่งที่ทำให้บริษัทเดินหน้าต่อไปได้คือ การมีความซื่อสัตย์ และความจริงใจแก่ลูกค้า การมีสินค้าที่มีคุณภาพดี และราคาเหมาะสม ส่งผลให้ลูกค้าเชื่อมั่น และเลือกซื้อสินค้าต่อเนื่อง ประกอบกับทุกอย่างที่ทำให้ฝันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้นั้น มาจากใจ ที่มุ่งมั่นและอยากทำเรื่องนี้ต่อไป อีกทั้งอยากให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ที่ทำสินค้าเกษตรปลอดสารพิษมากขึ้น เพราะส่งผลดีต่อประเทศไทย ทั้งเกษตรและผู้บริโภค เชื่อว่า จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ประเทศไทย เป็นครัวอาหารของโลกได้อย่างแท้จริง
มนตรี กล่าวว่า แผนของบริษัทต่อจากนี้ไปจะขยายธุรกิจไปยังกลุ่มอาหารมากขึ้น โดยในปีนี้ได้ลงทุน 20 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงเพาะเห็ดแห่งใหม่ ที่จ.อ่างทอง พื้นที่รวม 50 ไร่ โดยเป็นโรงเพาะเห็ดถั่งเช่า เพื่อขยายตลาดกลุ่มอาหารเสริม คาดว่าจะเข้ามาทำตลาดภายใน 3-4 เดือนนับจากนี้ และจะมีกลุ่มอาหารเสริมเข้ามาทำตลาดมากขึ้นนับจากนี้ไป ขณะเดียวกัน บริษัทจะมีสินค้ากลุ่มจุลินทรีย์สำหรับพืช ออกมาทำตลาดด้วย
ขณะที่ตลาดในประเทศ จะมุ่งกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าและบริการใหม่เพิ่มมากขึ้น ส่วนช่องทางจำหน่าย ที่มีอยู่ 20 แห่งก็มีแผนปรับปรุงและเพิ่มสินค้าใหม่ รวมทั้งต้องการปฏิวัติทางความคิดและติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ผู้บริโภคและเกษตรกร หันมาใช้สินค้าปลอดสารพิษ
ส่วนแผนในปี 2559 จะขยายตลาดไปในอาเซียน ในกลุ่มสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ เพราะตลาดอาเซียนมีทิศทางที่กำลังเติบโต โดยจะเข้าไปทำตลาดในประเทศ กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ ที่จะมีตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศ และเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ รวมถึงยังไม่มีคู่แข่งที่ชัดเจน โดยคาดว่าจะเริ่มทำตลาดไปในประเทศพม่าก่อน จากที่ผ่านมาได้เริ่มส่งออกสินค้าไปในอาเซียนแล้ว
“มนตรี กล่าวต่อว่า มีเป้าหมายระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทต้องการเป็นผู้นำในตลาดในอาเซียนสำหรับสินค้าทางการเกษตรปลอดสารพิษ และเป็นผู้นำในตลาดไทยต่อไป ส่วนเป้าหมายยอดขายในปี 2559 คาดว่าจะอยู่ที่ 100 ล้านบาท สัดส่วนยอดขายมาจากในประเทศ 90% และต่างประเทศ 10% ขณะที่ปี 2558 คาดว่าจะมียอดขาย 60 ล้านบาท มาจากในประเทศ 95% และอาเซียน 5%
“สินค้าเกษตรที่มาจากเคมี มีการนำเข้ามาในประเทศไทยปีละกว่าแสนล้านบาท และมีผลกระทบต่อคนใช้ ผู้บริโภค รวมทั้งมีราคาสูงกว่า สินค้าเกษตรที่ปลอดสารพิษด้วย แต่เริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีกว่า การนำเข้าเริ่มลดลงประมาณ 1-2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าคนในประเทศเริ่มตื่นตัวกับการใช้สินค้าปลอดสารพิษมากขึ้น และผมก็จะมุ่งกระตุ้นเกษตรไทยให้หันมาทำเกษตรปลอดสารพิษต่อไป เพื่อมาร่วมเปลี่ยนอุตสาหกรรมการเกษตรในประเทศไทยไปด้วยกัน” นายมนตรี กล่าว
แนวคิดธุรกิจ
-ผลิตสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ
-มุ่งคุณภาพและบริการที่ดี
-ทำงานกับเกษตรและพร้อมให้ความรู้







