
การค้าเอสเอ็มอีอาเซียนต่ำ
สัดส่วนอาเซียนในห่วงโซ่อุปทาน-ส่งออกน้อย สู้รายใหญ่-ประเทศใหญ่แล้วไม่ได้
สัดส่วนอาเซียนในห่วงโซ่อุปทาน-ส่งออกน้อย สู้รายใหญ่-ประเทศใหญ่แล้วไม่ได้
คเณศ วิกนาราชา ที่ปรึกษาด้านการวิจัยเศรษฐกิจและความร่วมมือระดับภูมิภาคจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในสมาชิกประชาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มีการส่งออกรวมกันเพียง 9.3% ของห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่และประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ประเทศจีน ที่ 25% หรือประเทศญี่ปุ่น ที่ 8% และเกาหลีใต้ ที่ 4.8%
นอกจากนี้ วิกนาราชา ยังกล่าวว่า เมื่อคิดเป็นมูลค่าแล้ว การส่งออกเอสเอ็มอีของประเทศในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ที่ 16% ของการส่งออกทั้งหมด ยังคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่าธุรกิจเอสเอ็มอีของเยอรมนี ที่ 56% และญี่ปุ่น ที่ 54% แม้เอสเอ็มอีเหล่านั้นจะมีส่วนสำคัญในการขยายตัวทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศอาเซียน และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจ้างงานในประเทศก็ตาม
ตัวอย่างที่สำคัญ คือ ฟิลิปปินส์ โดยสัดส่วนการจ้างงานของกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีมีมากถึง 65% ของการจ้างงานทั้งหมด และช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) มากถึง 35.7% อย่างไรก็ดี ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีช่วยส่งเสริมการส่งออกของประเทศเพียง 20% ของการส่งออกทั้งหมดของฟิลิปปินส์เท่านั้น
“บรรดาบรรษัทยักษ์ใหญ่ได้เปรียบจากขนาดการผลิตที่ใหญ่ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนำเข้าได้ดีกว่า และความสามารถในการจ่ายค่าจ้างให้กับแรงงานมีทักษะ” วิกนาราชากล่าว







