
ไฟแนนซ์ทูเดย์
..นโยบายแจกแต่ข่าวดีของ รมว.คลัง อาจทำให้ข้าราชการสับสนว่าข้อมูลอะไรควรเปิดเผย เคราะห์หามยามร้ายเรื่องไม่เป็นเรื่องก็อาจจะเป็นเรื่องได้ เลยใช้วิธีไม่เอาไม่พูดกันดีกว่า
..นโยบายแจกแต่ข่าวดีของ รมว.คลัง อาจทำให้ข้าราชการสับสนว่าข้อมูลอะไรควรเปิดเผย เคราะห์หามยามร้ายเรื่องไม่เป็นเรื่องก็อาจจะเป็นเรื่องได้ เลยใช้วิธีไม่เอาไม่พูดกันดีกว่า
ส่วนผู้บริหารที่คาดว่าจะโดนใบเหลืองจาก รมว.คลังคนแรกหนีไม่พ้น สุวิชญโรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ที่ให้ความกระจ่างเรื่องแผนการกู้เงินของรัฐบาลในส่วนของการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 3.9 แสนล้านบาท ในไตรมาสแรกต้องกู้ตุนไว้ 2.5 แสนล้านบาท ทำให้ท่าน รมว.คลัง ไม่สบายใจกลัวคนคิดว่ารัฐบาลถังแตก
..ว่ากันตามข้อเท็จจริงจะดูว่าฐานะการคลังเป็นอย่างไรก็ไม่น่ายาก การเก็บรายได้รัฐบาลเดือน ต.ค. 2558 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 ประเดิมต่ำกว่าเป้าไป 2,000 ล้านบาท โดยกรมภาษีเก็บรายได้ต่ำกว่าทุกกรม อย่างนี้ก็ประเมินได้ว่า ถังเงินรัฐบาลเป็นอย่างไร
.. ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดคลัง ยังยอมกลืนเลือดกัดฟันการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศ ยังไม่มีความจำเป็นปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จากปัจจุบันที่เก็บอยู่ 7% หากย้อนไปดูสมัยที่ท่านปลัดคลังนั่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็พยายามเสนอฝ่ายนโยบายให้เพิ่มแวต ทำให้รายได้รัฐบาลเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ฐานะการคลังเข้าสู่สมดุลเร็วๆ
..กุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร อยู่ที่กรมก็เจอแต่เรื่องร้อนเรื่องใหญ่ พอจะมานั่งเป็นประธานธนาคารออมสิน ก็มาเจอปัญหนี้เสียครูที่ปีนี้จะบานเป็น 5 หมื่นล้านในปีหน้า







