posttoday
ว่าด้วยเรื่อง LTF

ว่าด้วยเรื่อง LTF

13 พฤศจิกายน 2558

ตลาดหุ้นไทยได้กลับมายืนเหนือ 1,400 จุด ได้อีกครั้ง ในความคิดของผมไม่มีอะไรที่เหนือความคาดหมาย แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องหนึ่งที่น่าจะเป็นสิ่งที่กล่าวอ้างกันก็คือ เรื่องการต่ออายุของกองทุน LTF ที่ตอนแรกจะหมดในปีหน้า เนื้อหาที่สำคัญก็คือ มีการต่ออายุไปอีก 3 ปี แต่ขยายการถือครองต้องถือครอง 5 ปีเต็ม เดิมเพียง 3 ปีนิดๆ ซึ่งต้องยอมรับว่า เม็ดเงินในกองทุน LTF ล่าสุดมีระดับ 2.5 แสนล้านล้านบาท ซึ่งมาก

ตลาดหุ้นไทยได้กลับมายืนเหนือ 1,400 จุด ได้อีกครั้ง ในความคิดของผมไม่มีอะไรที่เหนือความคาดหมาย แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องหนึ่งที่น่าจะเป็นสิ่งที่กล่าวอ้างกันก็คือ เรื่องการต่ออายุของกองทุน LTF ที่ตอนแรกจะหมดในปีหน้า เนื้อหาที่สำคัญก็คือ มีการต่ออายุไปอีก 3 ปี แต่ขยายการถือครองต้องถือครอง 5 ปีเต็ม เดิมเพียง 3 ปีนิดๆ ซึ่งต้องยอมรับว่า เม็ดเงินในกองทุน LTF ล่าสุดมีระดับ 2.5 แสนล้านล้านบาท ซึ่งมาก

ที่มาที่ไปของกองทุน LTF นี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงปี 2547 ซึ่งในช่วงเวลานั้นผมก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในขาของบริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่ในการเริ่มขาย หน่วยลงทุนซึ่งในปีแรกถ้าจำไม่ผิดการระดมทุนอยู่เพียงในระดับไม่กี่พันล้านบาทเท่านั้นเอง ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับผู้มีรายได้ทั้งประเทศ และสิทธิในการลดหย่อนภาษี โดยส่วนตัวผมเองอาจจะเฉยๆ ในการบริหารพอร์ตของนักลงทุนสถาบัน ไม่ใช่ผู้จัดการกองทุนไม่เก่ง หลายท่านอาจจะเก่งมาก แต่ปัญหาในเรื่องกฎกติกาบางอย่างที่อาจจะทำให้ผู้จัดการกองทุนที่เก่งไม่สามารถแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่ 

แต่สำหรับกองทุน LTF ไม่ซื้อก็บ้าแล้ว เหตุผลก็คือ มีส่วนลดในการคืนภาษีได้ สมมติค่าเฉลี่ยในการจ่ายภาษีบุคคลธรรมดาอยู่ที่ระดับ 20% การซื้อกองทุนที่ SET INDEX 1,000 จุด เท่ากับคุณซื้อที่ 800 จุด แปลว่า กรณีใน 3 ปี SET INDEX ไม่ขึ้นไม่ลง คุณก็จะได้ผลตอบแทน 20% ทันที และได้ก่อนเมื่อคืนภาษี ซึ่งกินเวลา 3-4 เดือนเท่านั้น (ยื่นภาษีภายในเดือน มี.ค.ในปีถัดไป และขอคืนภาษีได้ทันที) เพราะฉะนั้น ผลตอบแทนที่ได้รับจึงสูงมาก และยังไม่นับในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นดี ที่หลายครั้งผลตอบแทนใน 3 ปี ได้ระดับมากกว่า 100% ยังไม่รวมการคืนภาษี ซึ่งจะเห็นว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก และควรลงทุนอย่างยิ่ง

แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาปัจจุบันเมื่อ LTF เข้ามามีบทบาทมาก และประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีทราบดีเรื่องจุดเด่นในการคืนภาษี LTF ได้กลับกลายมาเป็นสิ่งจำเป็น และหลายครั้งผมอยากใช้คำว่า เกินความจริง ผมติดตามฟังรายการต่างๆ ทั้งในทางสื่อ Internet และสื่อวิทยุบ้าง ไม่บ่อยนัก ยอมรับว่า การโฆษณาบางอย่างอาจจะเป็นความจำเป็นในการทำรายการ แต่ที่ยอมรับไม่ได้เลยก็คือ การมองการลงทุนผ่านกองทุน LTF คือ เทพเจ้า ต้องซื้อให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อด้วยวิธีเฉลี่ยทุกเดือนเท่าๆ กัน หรือการซื้อเต็มจำนวน คำถามก็คือ ถ้าเป็นสิ่งที่เป็นมืออาชีพจริงๆ ถ้าไม่มีสิทธิประโยชน์ด้านภาษีแล้ว จำนวนเงินกองทุนต้องเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และประชากร

กลับมาสู่นักลงทุนที่มีคำถามมากว่า ซื้อได้แล้วหรือยังสำหรับ LTF ปีนี้ คำตอบก็คือ เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือนจะสิ้นปี เพราะฉะนั้นแนวคิดในการจะซื้อของได้ราคาถูกต้องเลิกคิด เพราะคาดว่าในช่วงเวลาที่เหลืออยู่การซื้อที่ SET INDEX ในบริเวณต่ำกว่า 1,400 จุด ก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว สิ่งที่น่าคิดก็คือ ในอีก 5 ปีข้างหน้า ราคาหุ้น ณ จุดนี้ ถือว่าถูกหรือไม่ คำตอบก็คือ ซื้อได้ ครับ

เพราะฉะนั้นบทความในฉบับนี้ขอนำเสนอเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับภาพตลาดรวมไปก่อน เนื่องจากคาดว่าทิศทางของ SET INDEX ในระยะสั้นยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ภาวะการแกว่งตัวและซึมยังเกิดขึ้นต่อเนื่องจากสาเหตุจากปัจจัยที่เกิดขึ้น ยังเป็นปัจจัยเดิมๆ และยังไม่ได้ส่งผลใดๆ อะไรในการชั้นนำปัจจัยใหม่ๆ เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการคุมพอร์ตและเลือกตัวที่น่าสนใจในการลงทุนยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการวางกลยุทธ์ระยะสั้น

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร