posttoday
คอมพาสส์ฯจัดทัพ อสังหาฯเรือธงปั้นรายได้

คอมพาสส์ฯจัดทัพ อสังหาฯเรือธงปั้นรายได้

12 พฤศจิกายน 2558

หลังจากชะลอการทำตลาดไปกว่า 1 ปี กระทั่งมีทีมผู้บริหารใหม่เข้ามาจัดโครงสร้างธุรกิจ ล่าสุด บริษัท คอมพาสส์ อีสต์ อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) หรือซีอีไอ ประกาศลุยธุรกิจ 3 กลุ่มหลัก พร้อมเตรียมเปลี่ยนชื่อเป็น แอดวานซ์ คอนเนคชั่น คอร์ปอเรชั่น หรือเอซีซี ในการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 16 พ.ย.นี้

หลังจากชะลอการทำตลาดไปกว่า 1 ปี กระทั่งมีทีมผู้บริหารใหม่เข้ามาจัดโครงสร้างธุรกิจ ล่าสุด บริษัท คอมพาสส์ อีสต์ อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) หรือซีอีไอ ประกาศลุยธุรกิจ 3 กลุ่มหลัก พร้อมเตรียมเปลี่ยนชื่อเป็น แอดวานซ์ คอนเนคชั่น คอร์ปอเรชั่น หรือเอซีซี ในการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 16 พ.ย.นี้

ยุทธนา แต่ปางทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอมพาสส์ อีสต์ อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจในเครือชัดเจน และพร้อมเดิมหน้าต่อ โดยแบ่งธุรกิจหลักออกเป็น 3 ธุรกิจ คือ เทรดดิ้ง อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีธุรกิจบันเทิงโดยบริษัท ซีอีไอ ที่ จ.เชียงใหม่ ที่ปล่อยเช่าร้านอาหารและศูนย์แสดงศิลปะลานนา

ทั้งนี้ หลังจากจัดทัพธุรกิจเรียบร้อยจะเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายปี 2559 จะอยู่ที่ 400 ล้านบาท แบ่งเป็นเทรดดิ้ง 200 ล้านบาท และยังเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลักเนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และพลังงานเพิ่งเริ่มทยอยรับรู้รายได้ในปีหน้า แต่ในอนาคตคาดว่าธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์จะเป็นตัวสร้างรายได้หลักให้กลุ่ม

นอกจากนี้ยังมีแผนนำบริษัทในเครือ คือ บริษัท เอซีซี กรีน เอนเนอร์จี ที่ดูแลธุรกิจพลังงาน และบริษัท เอซีซี แลนด์มาร์ค บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (เอ็ม เอ ไอ) ภายใน 3-5 ปี เพราะเชื่อว่าในระยะเวลาดังกล่าว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะสร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท และมีมูลค่ารอโอนหรือแบ็กล็อกไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 ล้านบาท

ยุทธนาฉายภาพรวมธุรกิจในเครือต่อไปว่า ธุรกิจเทรดดิ้งซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมจะพยายามเพิ่มช่องทางขายใหม่ และขยายไลน์สินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเปิดโครงการใหม่อย่างน้อยปีละ 1 โครงการ มูลค่า 200-300 ล้านบาท มีความเป็นไปได้ทั้งแนวราบและแนวสูง โดยเน้นการหาพันธมิตรที่มีความชำนาญเข้ามาร่วมทุน ขณะที่ด้านพลังงานแม้ขณะนี้จะเริ่มไม่พุ่งแรงเหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่เป็นธุรกิจที่มีรายได้แน่นอน

พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีสินทรัพย์ที่สามารถขายเพื่อนำเงินมาลงทุนได้ ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม บางนาคันทรี่ 19 ห้อง และห้องชุดสำนักงานจำนวน 2 ห้อง ที่ พี.เอส.ทาวเวอร์ อโศก รวมมูลค่าราว 50 ล้านบาท คาดว่าจะขายและสร้างรายได้เข้ามาในปีหน้า นอกจากนี้ยังมีโรงงานที่บางปู พื้นที่ 30 ไร่ มูลค่า 300 ล้านบาท มีรายได้จากค่าเช่าปีละ 24 ล้านบาท, ร้านอาหารลานนาและศูนย์แสดงสินค้าชื่อ คุ้มคำ ที่ จ.เชียงใหม่ มูลค่ารวมประมาณ 530 ล้านบาท ปัจจุบันปล่อยเช่ามีรายได้ปีละ 30 ล้านบาท

ด้าน เอกวัชร เศวตรัตน์ รองกรรมการบริหาร ดูแลธุรกิจเทรดดิ้ง กล่าวว่า การกลับมาทำตลาดพัดลมและโคมไฟเพดานของบริษัทครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายหลังจากชะลอการทำตลาดไปกว่า 1 ปี แต่เชื่อมั่นว่าจากแบรนด์ที่แข็งแกร่ง คือ ซันไลท์, คอมพาสส์ อีสต์ และแบรนด์ใหม่ล่าสุดคือ แอลเลแกนซ์ รวมถึงแผนการขยายไลน์สินค้าใหม่ๆ กลุ่มแสงสว่างจะทำให้บริษัทกลับมาเป็นที่รู้จักได้

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าแผนเชิงรุกด้วยการขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น การตั้งดีลเลอร์ในทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงการขยายเข้าโครงการและการขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเริ่มขายผ่านลาซาด้าแล้ว นอกจากนี้ยังมองขยายตลาดต่างประเทศเริ่มจากเมียนมา ลาว กัมพูชาในรูปแบบการตั้งดีลเลอร์ในประเทศนั้น

ศริน เรืองศร รองกรรมการบริหาร ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะดำเนินการโดยบริษัท เอซีซี แลนด์มาร์ค ประเดิมโครงการแรกคือ ทาวน์ไลน์ สัตหีบ เป็นทาวน์โฮม 32 หลัง มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท เริ่มเปิดขายเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 8 หลัง คาดรับรู้รายได้ไตรมาส 3 ปีหน้า และก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปีหน้า

แผนการต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น จะศึกษาตลาดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งพร้อมรับพันธมิตรที่มีความชำนาญทั้งในแง่โนว์ฮาวหรือมีที่ดินพร้อมอยู่แล้ว โดยตั้งเป้าเปิดอย่างน้อยปีละ 1 โครงการ มูลค่าประมาณ 200-300 ล้านบาท พร้อมทั้งเตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ  300 ล้านบาท สำหรับซื้อที่ดินในการพัฒนาโครงการใหม่

ปวินท์ เรืองวรบูรณ์ รองกรรมการบริหาร ดูแลธุรกิจพลังงาน กล่าวเสริมว่า หลังจากร่วมทุนกับบริษัท สวนอุตสาหกรรม วินโคสท์ (WIN) เมื่อต้นปี 2558 เพื่อดำเนินโครงการโซลาร์รูฟในสวนอุตสาหกรรม วินโคสท์ รวม 4.3 เมกะวัตต์ ปัจจุบันเริ่มผลิตแล้ว 1 เมกะวัตต์ จะเดินหน้าเฟส 2 อีก 0.75 เมกะวัตต์ และที่เหลืออีก 2 เฟส คาดเสร็จในครึ่งปีหลังปี 2559

สำหรับการยื่นข้อเสนอเข้าร่วมในใบสัญญาสัมปทานขายไฟฟ้า(พีพีเอ) โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร 800 เมกะวัตต์ คาดว่าจะได้อย่างน้อย 10 เมกะวัตต์ ซึ่งจะรู้ผลเดือน ธ.ค.นี้

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร