บีเอ็มฯ ซีรี่ส์ 2 หรูเล็กอเนกประสงค์
สมรรถนะความสนุกสนานการขับขี่อยู่ในระดับที่น่าสนใจไม่น้อยในฐานะเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่บีเอ็มฯ นำมาทำตลาด
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
สร้างสีสันให้วงการรถยนต์ระดับพรีเมียมได้ดีไม่น้อยสำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 2 ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (เอ็มพีวี) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำรถประเภทดังกล่าวเปิดตัวเข้ามาสู่ตลาดรถหรูของบีเอ็มฯ
โจทย์ท้าทายสำคัญคือ การตอบรับของลูกค้าที่เลือกซื้อรถยนต์ประเภทนี้ในกลุ่มพรีเมียมที่ราคาค่าตัวไล่เลี่ยใกล้เคียง พอที่จะทำให้สามารถขยับไปเล่นรถในกลุ่มใกล้เคียงกันได้ไม่ยาก
ดังนั้น จุดที่จะทำให้ตัดสินใจเลือกจะอยู่ที่ความอเนกประสงค์ของการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งตรงนี้เองที่ บีเอ็มฯ ซีรี่ส์ 2 เปิดตัวมา 2 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มฯ 218ไอ แอคทีฟ ทัวเรอร์ เอ็มสปอร์ต และบีเอ็มฯ 218ไอ แกรนด์ทัวเรอร์ ลักชัวรี่
ดังนั้น บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จึงได้นำคณะสื่อมวลชนร่วมสัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ทั้งสองรุ่นดังกล่าว บนเส้นทาง พิษณุโลก-สุโขทัย ในหลากหลายอรรถรส จึงได้รับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกมารายงานผลเล่าสู่กันฟังในวันนี้
ถึงแม้จะเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่บีเอ็มฯ เพิ่งทำตลาด แต่ด้านการออกแบบต้องบอกเลยว่าไม่ละทิ้งกลิ่นอายของตราใบพัดสีฟ้าที่มีอยู่เต็มเปี่ยมเลยทีเดียว ทั้งความดุดันที่แฝงซึ่งความสปอร์ตและหรูหราเข้าไว้ด้วยกันเป็นอย่างดี
ความแตกต่างระหว่าง 2 รุ่นดังกล่าวนี้อยู่ที่ ถ้าเป็นรุ่นบีเอ็มฯ 218ไอ แอคทีฟ ทัวเรอร์ เอ็มสปอร์ต จะมีขนาดที่นั่ง 5 ที่นั่งเท่านั้น โดยมาพร้อมชุดแต่ง เอ็มสปอร์ต รอบคันได้อารมณ์ความสปอร์ตขึ้นมาก
ขณะที่อีกรุ่นหนึ่งอย่าง บีเอ็มฯ 218ไอ แกรนด์ทัวเรอร์ ลักชัวรี่ เป็นอีกอารมณ์ไปเลยทีเดียว ที่มาพร้อมด้วยขนาดที่นั่ง 7 ที่นั่ง จะเป็นแนวแบบครอบครัวไปเลย เหมาะสำหรับทำกิจกรรมหรือการโดยสาร
เช่นเดียวกันกับภายในห้องโดยสารที่แตกต่างในรายละเอียดจุดต่างๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นบีเอ็มฯ ด้วยรุ่น 5 ที่นั่ง ที่จัดเบาะผ้าลาย Hexagon สลับด้วยหนัง Alcantara ดุดันมาเลยทีเดียว ส่วนรุ่น 7 ที่นั่ง มาแนวหรูหรามีระดับด้วยเบาะหนัง ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีมาให้ครบถ้วนตามสมควรอยู่ หยิบจับง่าย ดีไซน์ไว้ใช้สอยสะดวก
อารมณ์การขับขี่ต้องบอกเลยว่าถึงแม้จะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้าที่ 4,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตรที่ 1,250 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ทั้งสองรุ่นต่างกันที่อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. และอัตราบริโภคน้ำมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ต้องบอกเลยว่าเห็นตัวเล็กเครื่องเล็กแบบนี้แล้วอย่าเที่ยวได้ไปซ่าใส่ เพราะเห็นว่ามีแค่ 3 สูบเชียวนะ เพราะอัตราการตอบสนองของเครื่องยนต์คันนี้ไม่แพ้ซีรี่ส์รุ่นพี่และรุ่นน้องอย่างซีรี่ส์ 3 และซีรี่ส์ 1 เลยทีเดียว กดคันเร่งเท่าไร เข็มมาตรวัดก็ดีดตัวตามไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอจังหวะให้รำคาญใจแต่อย่างใด ทุกย่านความเร็วหายห่วงสบายใจได้เป็นอย่างดี แทบไม่แตกต่างกันเลยทั้งสองรุ่น
ด้านช่วงล่างมีข้อแตกต่างกันอยู่เล็กน้อยที่รุ่น 7 ที่นั่ง จับสังเกตอาการขณะเข้าโค้งหรือเปลี่ยนช่องทางด้วยความเร็วมีโคลงตัวโยนเล็กน้อยให้เห็นถึงอาการ แต่พอยกคันเร่งขึ้นกลับเข้าสู่ความเร็วปกติก็นุ่มนวลดีไม่มีอาการแต่อย่างใด จึงอาจต้องคำนวณผู้โดยสาร ความเร็วขณะเข้าโค้งให้ดี
ส่วนช่วงล่างของเจ้าตัว 5ที่นั่ง บอกตามตรงเป็นที่ถูกอกถูกใจยิ่งนักด้วยความหนึบเกาะถนนของช่วงล่างที่ได้รับรู้ถึงความสนุกสนานในการขับขี่เป็นอย่างดี นุ่มพอประมาณ แต่ที่เด่นเลยคือความสนุก
เมื่อเขย่ารวมกันถามถึงความลงตัวโดยรวมของทั้งสองรุ่นนี้แล้ว ด้านสมรรถนะความสนุกสนานการขับขี่อยู่ในระดับที่น่าสนใจไม่น้อยในฐานะเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่บีเอ็มฯ นำมาทำตลาด กับราคาค่าตัวรุ่น 5 ที่นั่ง อยู่ที่ 2.49 ล้านบาท ส่วนรุ่น 7 ที่นั่ง อยู่ที่ 2.69 ล้านบาท
บางทีแล้วก็ยังเป็นห่วงในการกินตลาดกันเองระหว่างผลิตภัณฑ์ที่มีความใกล้เคียงกันมาก โดยเฉพาะซีรี่ส์ 1 ทั้งด้านราคาและสมรรถนะกับตัว 5 ที่นั่ง แต่ด้วยความตั้งใจของบีเอ็มฯ ที่อยากให้มีความยืดหยุ่นในการตอบสนองความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ จึงมองว่าตัวที่น่าสนใจจะอยู่ที่รุ่น 7 ที่นั่งมากกว่า
เอาเป็นว่าการทำตลาดครั้งนี้เป็นการจุดพลุขยายตลาดซอยเซ็กเมนต์ของบีเอ็มฯ เพื่อดึงความสนใจให้เข้าไปในโชว์รูมก่อน ส่วนที่เหลือค่อยว่ากัน







