
เขตการค้าเสรีไทย-ชิลีเริ่มแล้ว
ข่าวดีผู้ส่งออกไทย เอฟทีเอไทย-ชิลีมีผล 5 พ.ย.นี้ สินค้า 90% ภาษีเหลือ 0% ทันที
ข่าวดีผู้ส่งออกไทย เอฟทีเอไทย-ชิลีมีผล 5 พ.ย.นี้ สินค้า 90% ภาษีเหลือ 0% ทันที
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เผยว่า ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างไทย-ชิลี จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 2558 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยส่งเสริม และขยายมูลค่าการค้าระหว่างไทยและชิลีได้เพิ่มมากขึ้น และเป็นช่องทางให้กับผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคอเมริกาใต้มากขึ้นด้วย เพราะทันทีที่ข้อตกลงเอฟทีเอมีผลบังคับใช้ สินค้าชิลีและไทยกว่า 90% ของรายการสินค้าและมูลค่าการนำเข้าจะลดภาษีลงเหลือ 0% ทันที
ขณะที่สินค้าส่วนที่เหลืออีก 10% ทั้ง 2 ประเทศจะทยอยลดภาษีให้เหลือ 0% ภายในระยะเวลา 8 ปี
รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า สินค้าที่ชิลีจะลดภาษีให้ไทยมีจำนวน 7,855 รายการ โดยจะลดภาษีเหลือ 0% ทันที จำนวน 7,129 รายการ เช่น รถยนต์และยานยนต์ชนิดต่างๆ ปลาทูน่ากระป๋อง ลิฟต์ เม็ดพลาสติกจำพวกโพลิเอทิลีน เครื่องซักผ้า วัสดุก่อสร้าง และสับปะรดกระป๋อง เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ไทยส่งออกสินค้าเหล่านี้ไปยังชิลีได้เพิ่มขึ้น และจากนั้นในปี 2561 จะลดภาษีเหลือ 0% อีก 296 รายการ ปี 2563 ลดภาษีเหลือ 0% อีก 283 รายการ และจะลดภาษีสินค้าอ่อนไหวอีก 147 รายการ เหลือ 0% ในปี 2566
ทั้งนี้ ชิลีได้เปิดตลาดข้าวให้กับไทยมากกว่าที่ชิลีทำเอฟทีเอกับเวียดนามและจีน โดยชิลีจะทยอยยกเลิกภาษีนำเข้าให้แก่ไทยเหลือ 0% ภายใน 5 ปี ซึ่งจะทำให้ไทยเปิดตลาดข้าวในชิลีได้เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ไทยยังจะได้ประโยชน์จากการยกเลิกภาษีสินค้าที่ไทยมีความต้องการนำเข้าเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต เช่น ทองแดง สินแร่เหล็ก เป็นต้น รวมทั้งลดภาษีไวน์จำนวน 9 รายการ ในระดับเดียวกับที่ไทยได้เปิดตลาดให้ออสเตรเลีย
นางอภิรดี กล่าวว่า ในด้านการเปิดตลาดภาคบริการ ไทยจะได้ประโยชน์จากการที่ชิลีเปิดตลาด โดยอนุญาตให้คนไทยเข้าไปลงทุนเกือบทุกสาขาบริการได้ถึง 100% โดยเปิดตลาดเพิ่มเติมให้ไทยมากเกินกว่าในกรอบองค์การการค้าโลก ได้แก่ บริการด้านกฎหมาย บริการให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ วิศวกรรม บริการด้านคอมพิวเตอร์ บริการค้าส่ง ค้าปลีก บริการเกี่ยวเนื่องภาคการผลิต และชิลีได้อนุญาตให้บริการนวดแผนไทย และบริการกีฬา นันทนาการ รวมถึงมวยไทย ไปประกอบธุรกิจในชิลีได้
นางอภิรดี กล่าวว่า สินค้าที่ชิลีส่งออกส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าในกลุ่มแร่ธาตุ ประมง ไวน์ สำหรับชิลีจัดเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 3 ของไทย มีมูลค่าการค้ากว่า 960 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของมูลค่าการค้าของไทยกับอเมริกาใต้ทั้งหมด รองจากบราซิล และอาร์เจนตินา







