
เฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ยป่วนหุ้นไทย
นักลงทุนลดการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ กดดันตลาดหุ้นเอเชียร่วง 2-5% เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณในการประชุมครั้งล่าสุดว่า เฟดจะพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปในเดือน ธ.ค.
นักลงทุนลดการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ กดดันตลาดหุ้นเอเชียร่วง 2-5% เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณในการประชุมครั้งล่าสุดว่า เฟดจะพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปในเดือน ธ.ค.
ดัชนี SET หลุดแนวรับ 1,400 จุด มาปิดที่ 1,394.94 จุด ร่วง 36 จุด จากจุดสูงสุดของสัปดาห์ ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิอีก 6,748 ล้านบาท ดันยอดขายสุทธิสะสมปีนี้พุ่งเป็น 107,334 ล้านบาท
แถลงการณ์ภายหลังการประชุมระบุว่า คณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ย ส่วนในการประชุมเดือน ธ.ค.นั้น เฟดจะพิจารณาว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ โดยจะประเมินความคืบหน้าทั้งที่เกิดขึ้นจริง และที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ต่อการบรรลุเป้าหมายของการจ้างงานที่ระดับสูงสุด และอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2%
ตลาดการเงินกลับมาวิตกแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดอีกครั้ง เฟดฟันด์เรตฟิวเจอร์ล่าสุดสะท้อนว่า มีความเป็นไปได้สูงถึง 50% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. เทียบกับก่อนประชุมที่ 33% อย่างไรก็ดีมุมมองดอกเบี้ยอาจถูกปรับเปลี่ยนเป็นระยะตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ และความเห็นของผู้กำหนดนโยบายการเงิน
ล่าสุด กระแสคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดเริ่มแผ่วลง หลังจากมีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ซบเซาเมื่อวันศุกร์ โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคขยับขึ้นเพียง 0.1% ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2%
ทั้งนี้ การชะลอตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภคบ่งชี้ว่า การสร้างงานที่มีอัตราต่ำลงและภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในต่างประเทศนั้น อาจจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐ
ด้านผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐขั้นสุดท้ายประจำเดือน ต.ค.อยู่ที่ระดับ 90 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 92.1 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลต่อความผันผวนในตลาดการเงิน
นอกจากนี้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนแรงลงหลังจาก จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก กล่าวว่า เฟดยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด ถึงแม้แถลงการณ์ของเฟดบ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.
เขายังกล่าวว่า การที่เฟดส่งสัญญาณในแถลงการณ์ว่าอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปในเดือน ธ.ค.นั้น ก็เพื่อไม่ต้องการทำให้นักลงทุนเกิดความตื่นตระหนก หากเฟดมีการดำเนินการดังกล่าวจริง
ขณะที่เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ธนาคารกลางส่วนใหญ่ยังคงผ่อนคลายนโยบายการเงิน นำโดยธนาคารกลางยุโรป จีน และญี่ปุ่น ความแตกต่างของทิศทางนโยบายการเงินจะทำให้ตลาดการเงินทั้งหุ้น ตราสารหนี้ อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวน
อย่างไรก็ดี สภาพคล่องในระบบการเงินโลกในภาพรวมยังคงสูงลิ่ว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังต่ำมาก อัตราดอกเบี้ยบ้านเราจึงมีแนวโน้มต่ำต่อไปจนถึงครึ่งหลังของปีหน้าเป็นอย่างน้อย ภาวการณ์เช่นนี้ช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านล่างของตลาดหุ้น
นอกเหนือจากประเด็นทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญ ผลดำเนินงานไตรมาส 3 และแนวโน้มปีหน้าของ บจ. ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันต่อทิศทางตลาดหุ้น รวมถึงความคืบหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ล่าช้ามานาน และการประมูลคลื่น 4จี
สัปดาห์ก่อนรัฐบาลส่งสัญญาณอาจใช้มาตรา 44 เร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การปรับฐานของหุ้นรับเหมาก่อสร้าง จึงเป็นโอกาสในการเก็บสะสม เน้น CK STEC UNIQ ส่วนการประมูลโครงการรถไฟทางคู่ถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือน ธ.ค. ซึ่งแทบไม่กระทบ Valuation หุ้นที่เกี่ยวข้อง
ด้านหุ้น ICT ตลาดเริ่มนับถอยหลังสู่การประมูลคลื่น 4จี ในวันที่ 11-12 พ.ย.นี้ ขณะที่บอร์ดทีโอทียังไม่ตัดสินใจประเด็นคลื่น 900 MHz
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ADVANC TRUE จะได้ใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz รายละใบ และ ADVANC DTAC จะได้คลื่น 900 MHz รายละใบ หากเป็นเช่นนั้นจะปลดล็อกขีดความสามารถในการให้บริการของค่ายมือถือ โดยเฉพาะ ADVANC ซึ่งจะส่งผลดีต่อ INTUCH ด้วย
ภาพการลงทุนระยะสั้นจะดีขึ้นต่อเมื่อดัชนี SET สามารถวกกลับขึ้นมาปิดเหนือ 1,407 จุด ขณะที่แนวรับอยู่แถว 1,375 และ 1,360 จุด ตามลำดับ การปรับฐานของหุ้นบลูชิป ทำให้ Valuation ของหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะ KBANK SCC ADVANC INTUCH เป็นต้น
พบกันใหม่ครั้งหน้าครับ







