
ท่องเที่ยวฮาลาล
แม้ว่า “อินโดนีเซีย” จะเป็นชาติมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวฮาลาลอย่างจริงจัง
แม้ว่า “อินโดนีเซีย” จะเป็นชาติมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวฮาลาลอย่างจริงจัง
หากเปรียบเทียบกับชาติอาเซียนด้วยกันแล้ว อินโดนีเซียยังถือว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มฮาลาลน้อยกว่าหลายประเทศ โดยในปีที่แล้วมียอดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เพียง 2 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่า “ไทย” ที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ถึง 6 ล้านคน ส่วน “มาเลเซีย” มีนักท่องเที่ยวตลาดฮาลาล 5 ล้านคน
กระทรวงท่องเที่ยวอินโดนีเซียมีข้อมูลว่า โดยปกตินักท่องเที่ยวตลาดฮาลาลจะมาจากมาเลเซีย สิงคโปร์ ชาติตะวันออกกลาง และจีน และจะมีการจับจ่ายใช้เงินสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป หรือใช้จ่ายเงินประมาณ 1,500 เหรียญสหรัฐ/คน/ทริป ขณะที่ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 1,200 เหรียญสหรัฐ
สำหรับแผนในอนาคตนั้น อารีฟ ยะห์ยา รมว.ท่องเที่ยวอินโดนีเซีย ที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง บอกว่า อินโดนีเซียจะเน้นทำตลาดไลฟ์สไตล์มากกว่ากิจกรรมทางศาสนา และตั้งเป้าว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ประมาณ 5 ล้านคน ในปี 2562
ทั้งนี้ กระทรวงท่องเที่ยวอินโดนีเซียได้กำหนดพื้นที่ส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวฮาลาลไว้ 3 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดอาเจะ จังหวัดสุมาตราตะวันตก และลอมบอกในจังหวัดเวสต์ นูซา เตงการา โดยในส่วนของลอมบอกมีมัสยิดมากถึง 1 หมื่นแห่ง และที่ผ่านมารัฐบาลได้โปรโมทการท่องเที่ยวฮาลาลด้วยการใช้เทศกาลทางศาสนาอิสลามมาตลอด
ด้านภาพรวมการท่องเที่ยว ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด เคยประกาศว่า อินโดนีเซียตั้งเป้าจะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศประมาณ 20 ล้านคน ในปี 2562 หลังจากที่ในปี 2557 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9.44 ล้านคน
หากมองในภาพรวมของตลาดฮาลาลโลก รายงานดัชนีการเดินทางชาวมุสลิมโลกปี 2558 ระบุว่า นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมีประมาณ 108 ล้านคน หรือคิดเป็น 10% ของตลาดท่องเที่ยวรวม และมีมูลค่าตลาดประมาณ 1.45 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มเป็น 150 ล้านคน มูลค่าตลาด 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563
ในกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ดัชนีดังกล่าวได้จัดอันดับให้ “มาเลเซีย” เป็นแชมป์ปลายทางยอดนิยมของชาวมุสลิม ส่วน “อินโดนีเซีย” อยู่อันดับ 6 ส่วนในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกโอไอซี “สิงคโปร์” คือปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 รองลงมาคือ “ไทย”







