posttoday
รัฐบาลลุยสร้างความเชื่อมั่นภาคธุรกิจต่างประเทศ

รัฐบาลลุยสร้างความเชื่อมั่นภาคธุรกิจต่างประเทศ

26 ตุลาคม 2558

นายกฯนำรัฐมนตรีเศรษฐกิจ พบภาคธุรกิจต่างประเทศ เริ่มจากอุตสาหกรรมยานยนต์-อิเล็กทรอนิกส์-เครื่องใช้ไฟฟ้า หวังฟื้นความเชื่อมั่น

นายกฯนำรัฐมนตรีเศรษฐกิจ พบภาคธุรกิจต่างประเทศ เริ่มจากอุตสาหกรรมยานยนต์-อิเล็กทรอนิกส์-เครื่องใช้ไฟฟ้า หวังฟื้นความเชื่อมั่น

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. เวลา 09.00 -12.00 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พบปะกับภาคเอกชนชั้นนำจากต่างประเทศ ตามกำหนดการ “Prime Minister meet CEOs” ครั้งที่ 1  ซึ่งประกอบไปด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ ได้แก่ มิตซูบิชิมอเตอร์ และบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท เอชจีเอสที (ประเทศไทย)  บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอนซูเมอร์โปรดักส์, บริษัท  ไทยซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์

ภายหลังการหารือ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

เมื่อเวลา 09.00 น.  บริษัท มิตซูบิชิมอเตอร์  นำโดยนาย โมริคาซุ ชกกิ ประธานบริษัทและผู้บริหาร และนาย ทาเกชิ ฮาร่า รองประธาน เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์  โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไทยมายาวนาน ปัจจุบัน รัฐบาลได้ดำเนินการต่างๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประเทศไทยและเพื่อให้เป็นไปตามกติกาของโลก และอยากให้ภาคอุตสาหกรรมประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นเวลานาน ร่วมมือและเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจไปด้วยกัน และยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมจะให้การสนันสนุนการดำเนินธุรกิจและการลงทุนให้เป็นไปอย่างราบรื่น วันนี้ เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับข้อห่วงกังวลและรับฟังขอเสนอแนะคณะนักธุรกิจต่างชาติที่ลงทุนในประเทศไทยมายาวนาน

ประธาน บริษัท มิตซูบิชิมอเตอร์  กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศไทย โดยไทยเป็นประเทศที่สำคัญเป็นลำดับสองรองจากญี่ปุ่นในด้านการผลิตของบริษัท มิตซูบิชิ และ ในปีนี้ มีแผนที่จะขยายการลงทุนอีก 33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม เห็นว่า รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นความต้องการภายในประเทศ ในภาคการเกษตรและเอสเอ็มอีแล้ว จึงขอให้พิจารณาส่งเสริมภาคการเงิน เนื่องจากในปัจจุบัน ประชาชนในส่วนภูมิภาคมีกำลังซื้อน้อยลง นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ เห็นว่า อัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวของเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนมีผลทางการค้า

โดยในประเด็นนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีนำเรื่องนี้ไปพิจารณา โดยกำชับว่า ต้องไม่เป็นการสร้าง ดีมานด์เทียม ซึ่งเป็นการบิดเบือนตลาดและต้องไม่เป็นการเพิ่มหนี้ในครัวเรือนให้กับประชาชนมากเกินไป ในแง่ของอัตราแลกเปลี่ยน ปัจจุบัน ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเยนมีเสถียรภาพมากขึ้นแล้ว และไทยกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการให้บริษัทญี่ปุ่นสามารถทำธุรกรรมเป็นเงินเยนได้

ระหว่างการสนทนา นายกรัฐมนตรียังได้รับทราบถึงมาตรากีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีจากบางประเทศในอาเซียน ซึ่งขณะนี้ ไทยกำลังเร่งหารือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหาทางออกร่วมกันโดยเร็ว ในขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งจะประโยชน์กับบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในไทย รวมทั้ง มิตซูบิชิ ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเขตการค้าเสรีกับตุรกี ชิลี อินเดีย จีนและญี่ปุ่น ซึ่งจะบรรลุผลในไม่ช้า

นอกจากนี้ ในเรื่องการพัฒนาบุคลากร ประเทศไทยกำลังจะประสบภาวะขาดแคลนประชากรวัยทำงาน  ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งเพิ่มคุณภาพของแรงงานเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ต้องการบุคลากรที่มีความสามารถ โดยที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานได้ร่วมมือกันเร่งผลิตบุคลากรที่มีฝีมือ เพื่อป้อนแก่โรงงานและอุตสาหกรรมต่างชาติ เพื่อรองรับการขยายการลงทุนในอนาคต

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึง การเร่งซ่อมแซมเส้นทางการขนส่งที่แออัดและชำรุด เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าภายในประเทศและระหว่างประเทศ และเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังดำเนินการปรับโครงสร้างทางภาษีทั้งระบบ โดยจะมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์อีโคคาร์ และรถยนต์ไฟฟ้า โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอให้ผู้ประกอบการต่างชาติศึกษาสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ จากนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ แบบ คลัสเตอร์ และ ซูเปอร์คลัสเตอร์  และการเชื่อมต่อทางธุรกิจกับผู้ประกอบการรายเล็ก ตลอดจน การจัดตั้งศูนย์การวิจัยและพัฒนาในประเทศไทย

โดยในตอนท้าย ทางบริษัท มิตซูบิชิมอเตอร์  ได้แสดงความขอบคุณต่อการดำเนินการต่างๆของรัฐบาล ที่สนองต่อความสนใจของภาคธุรกิจต่างชาติ ตลอดจนการติดตามข้อห่วงกังวล อันแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลในการสนันสนุนการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนต่างประเทศและยืนยันจะเดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่