
อัดงบผุดฮับส่งสินค้าชายแดน
ขบ.ผุดศูนย์ขนส่งสินค้ารับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทุ่ม 2,260 ล้าน ปั้นเชียงของแห่งแรก
ขบ.ผุดศูนย์ขนส่งสินค้ารับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทุ่ม 2,260 ล้าน ปั้นเชียงของแห่งแรก
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของผู้ประกอบการ จะมีการพัฒนาศูนย์ขนส่งสินค้า 17 แห่ง จากปัจจุบันมี 3 แห่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาพื้นที่และออกแบบโครงสร้าง ซึ่งมีความคืบหน้าแล้วในส่วนศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบขนส่งสินค้าบริเวณ อ.เชียงของ จ.เชียงราย และแนวชายแดน จ.นครพนม ที่อยู่ระหว่างการหาพื้นที่เหมาะสม
“ปีนี้จะเห็นความชัดเจนของศูนย์ขนส่งสินค้าตามแนวเขตเศรษฐกิจพิเศษมากที่สุด เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทางรัฐบาลต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น” นายสนิท กล่าว
นายกมล บูรณพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งสินค้า ขบ. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาพื้นที่ของศูนย์ขนส่งสินค้าที่ ขบ.เตรียมพัฒนาเพื่อรองรับการขนส่งเชื่อมโยงระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันได้ความชัดเจนแล้วในส่วนของโครงการในพื้นที่ อ.เชียงของ ได้รับงบประมาณ 586 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าดำเนินการค่าทดแทนที่ดินประมาณ 330 ไร่ ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ และเตรียมก่อสร้างในปี 2560 พร้อมเปิดให้บริการในปี 2562
ทั้งนี้ จะพัฒนาเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบขนส่งสินค้าขนาดใหญ่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าบริเวณชายแดน โดยหลังจากนี้จะมีการเจรจาหารือร่วมกับประเทศใกล้เคียง อาทิ สสป.ลาว และเมียนมา เพื่อวางมาตรการในการตรวจสินค้าบริเวณจุดเดียว ลดการซ้ำซ้อน และดึงระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการตรวจสอบการขนส่ง
อย่างไรก็ดี หลังจากสำรวจความต้องการการใช้ศูนย์ขนส่ง อ.เชียงของ พบว่าหากพัฒนาโครงการในเฟสแรก ซึ่งจะประกอบด้วยอาคารสำนักงาน ลานจอดรถวัตถุอันตราย และลานจอดแลกเปลี่ยนหัวรถให้แล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้บริการระหว่างปี 2562–2563จะรองรับการขนส่งได้ราว 7.69 หมื่นคอนเทนเนอร์/ปี ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างส่วนนี้ประมาณ 2,260 ล้านบาท และหากมีการพัฒนาโครงการเฟส 2 ที่จะมีรถไฟสายเด่นชัย–เชียงของ มารองรับ จะเพิ่มศักยภาพการขนส่งได้เป็น 2.7 แสนคอนเทนเนอร์/ปี
นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการพัฒนาศูนย์ขนส่งสินค้าบริเวณ จ.นครพนม ซึ่งจะพัฒนาศูนย์การขนส่งชายแดน รองรับการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้า โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาทำเลที่เหมาะสม พร้อมพิจารณาขนาดของศูนย์สินค้าที่มีทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่ ขนาดใหญ่ (แอล) 200 ไร่ ขนาดกลาง (เอ็ม) 100 ไร่ และขนาดเล็ก (เอส) 50–80 ไร่ โดยจะเร่งเจรจาพื้นที่ให้แล้วเสร็จ เพื่อเสนอแผนการพัฒนาศูนย์ขนส่งชายแดน จ.นครพนม ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในปีนี้
“การพัฒนาพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องการให้ก่อสร้างขนาดแอล เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว แต่ก็ยังมีปัญหาพื้นที่ในการพัฒนา เพราะปัจจุบันนอกจากมีเรื่องการรุกล้ำของชาวบ้านแล้ว ราคาที่ดินตามแนวเขตเศรษฐกิจพิเศษยังสูงจากเดิมมาก ซึ่งหลังวางกรอบพัฒนาศูนย์ขนส่งสินค้าเชียงของและนครพนมแล้วเสร็จ เฟสต่อไปจะเร่งศึกษา 6 พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งหนองคาย มุกดาหาร ตาก ตราด สระแก้ว และสงขลา” นายกมล กล่าว







