posttoday
ทีมเวิร์กต้องแกร่ง

ทีมเวิร์กต้องแกร่ง

18 ตุลาคม 2558

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ในช่วงเวลานี้ผู้ประกอบการหลายรายก็น่าจะอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนมือธุรกิจจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง

สำหรับธุรกิจโรงแรมเองหากเป็นช่วงรอยต่อแบบนี้ บางคนอาจกำลังพิจารณาว่าจะยังคงใช้แบรนด์โรงแรมตัวเองเช่นเดิม หรือจะเปลี่ยนไปให้เครือโรงแรมระดับนานาชาติ (เชน) บริหารงานให้ดี

เดชา ตั้งสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แม่น้ำ กรุ๊ป และรองประธานกรรมการ โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา หนึ่งในคนที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งจากการใช้แบรนด์โรงแรมของตัวเองและการเปลี่ยนมาใช้เชน กล่าวว่า หากผู้ประกอบการโรงแรมใดอยู่ในช่วงรอยต่อที่จะมีผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามาสานต่องาน คงจะมีประเด็นที่มองอยู่ในเวลานี้คือ จะบริหารงานเอง หรือจะจ้างเชนบริหารดี

ด้วยเหตุนี้จึงอยากให้ข้อสังเกตไว้ว่า ถ้าจ้างเชนมาบริหารงานให้ เจ้าของโรงแรมก็ไม่ต้องเข้าไปดำเนินการอะไรเองมาก คอยดูด้านการเงินอย่างเดียว ส่วนเรื่องการดูแลโรงแรมด้านต่างๆ เชนจะเป็นผู้ดูแลให้ทั้งหมด

ขณะที่หากเลือกบริหารเองนั้นก็คงไม่ง่ายนัก เนื่องจากธุรกิจโรงแรมต้องใช้วิชาชีพเฉพาะ อาศัยประสบการณ์พนักงานเป็นหลัก สมัยที่เคยเป็นผู้บริหารโรงแรมเอง ก็ต้องใช้ทักษะและเวลาการทำงานมาก เฉลี่ยแล้ววันละ 10 ชั่วโมง ซึ่งในมุมมองของคนรุ่นใหม่จะไม่ค่อยออกแรงทำงาน ใช้เวลากับงานมากๆ เท่ากับคนรุ่นก่อน จึงต้องพิจารณาให้ดี

“โรงแรมขนาดใหญ่ที่สร้างมาดั้งเดิม มีภัตตาคาร ห้องอาหารหลายๆ แห่งในโรงแรม และห้องพักจำนวนมาก ระยะหลังจะให้เชนบริหาร เพราะลักษณะโรงแรมมีรายละเอียดให้ต้องดูแลมาก แต่หากเป็นโรงแรมรุ่นใหม่ที่สร้างไม่นาน มีภัตตาคารหรือห้องอาหารแห่งเดียวภายในโรงแรม มีจำนวนห้องพักไม่มาก ไม่ต้องการการดูแลรายละเอียดมากนัก ก็มักจะเลือกวิธีบริหารเองมากกว่า” เดชา กล่าว

สำหรับใครที่คิดบริหารโรงแรมเองนั้น ก็มีหลักการสำคัญๆ ในการเป็นซีอีโอโรงแรม คือ การสร้างทีมเวิร์ก เพราะโรงแรมมีคนจำนวนมากที่ต้องดูแล จำเป็นจะต้องควบคุมและประสานงานคนในทีมให้เป็นหนึ่งเดียว เพราะเราไม่ได้ทำทุกอย่างในโรงแรมด้วยตัวเอง แต่ขับเคลื่อนผ่านพนักงาน

หากซีอีโอคนไหนต้องเผชิญกับสถานการณ์อัตราการเข้า-ออกของคนทำงานสูงๆ ต้องเปลี่ยนทีมงานบ่อยครั้ง การทำงานโดยรวมก็จะไม่มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม หากซีอีโอวางระบบได้ดี พยายามรักษาทีมงานหลัก คือพนักงานที่เป็นระดับบริหารให้อยู่กับโรงแรมได้ระยะเวลานานๆ แม้พนักงานระดับล่างจะมีเรื่องการหมุนเวียนเข้าออกบ่อย การสร้างทีมงานระดับล่างที่มีการหมุนเวียนบ่อยก็จะง่ายขึ้น เพราะมีพนักงานระดับบริหารที่อยู่มานานสามารถคุมทีมได้

เดชาแนะนำถึงกรณีผู้ประกอบการโรงแรมอยู่ระหว่างการเชื่อมต่อการทำงานของผู้บริหารรุ่นเก่าและผู้บริหารรุ่นลูกหลาน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำงานแทนว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือการปรับทัศนคติของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสานต่อธุรกิจกับคนรุ่นก่อนเข้าหากัน คนรุ่นเก่าอาจปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้เข้ากับคนรุ่นใหม่

ทั้งนี้ หากเป็นองค์กรใหญ่พอสมควร ก็อาจจะจ้างมืออาชีพมาบริหารเสริมทีม จะได้คอยประสานงานกับคนรุ่นใหม่เพื่อให้ธุรกิจไปต่อได้ หากคิดว่าจะไปพึ่งพาคนรุ่นใหม่ทำงานอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ได้ทำงานมากเท่ากับคนรุ่นเก่า

เดชา กล่าวอีกว่า จากประสบการณ์การทำงานอยู่ในวงการโรงแรมมานานกว่า 30 ปี มองเห็นความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจโรงแรม มีจำนวนโรงแรมใหม่ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่อง เพราะคนอยากเป็นเจ้าของโรงแรมกันมาก เป็นกระแสนิยมของคนรุ่นใหม่ๆ ซึ่งก็เป็นปัญหาตามมา ทำให้ผลประกอบการโรงแรมไม่ค่อยให้ผลตอบแทนที่ดีมาก

ขณะเดียวกันยังมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งกลุ่มนี้ก็มักจำเป็นต้องมีโรงแรมระดับ 5 ดาวไปประกอบภายในโครงการ แม้ว่าจะทำกำไรหรือไม่ทำกำไรก็ต้องมีเพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่นั้นดูสมบูรณ์ขึ้น

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ละโรงแรมที่มีอยู่แล้วก็ต้องหากลยุทธ์ที่จะทำให้โรงแรมของตัวเองเดินหน้าต่อไปได้

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่