
ธปท.เตือนเอกชนรับมือ เฟดขึ้นดอกเบี้ยสิ้นปีนี้
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
การประชุมครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ในเดือน ก.ย. ที่ตัดสินใจคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ ทำให้ตลาดเงินต่างประเทศมีการปรับคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าจะปรับขึ้นในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เชื่อว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้ และเตือนให้ภาคธุรกิจใช้เครื่องมือทางการเงินลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ยรรยง ไทยเจริญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการเงิน ธปท. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดเงินต่อเนื่องไปถึงปีหน้า เห็นได้จากการที่เงินบาทที่มีทิศทางอ่อนค่าอยู่ แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีเงินไหลกลับเข้ามาจนค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่จะเป็นเพียงระยะสั้น ในช่วงที่ตลาดรอเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ธปท.ประเมินว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้ และแม้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ความไม่แน่นอนของตลาดเงินก็จะยังมีอยู่ในช่วงรอยต่อที่ดอกเบี้ยสหรัฐจะเข้าสู่สมดุล ฉะนั้น ธปท.จะติดตามสถานการณ์ทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดี การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐมีผลกับไทยค่อนข้างจำกัด เพราะไทยมีฐานะต่างประเทศเข้มแข็ง มีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 4% ของจีดีพี มีการพึ่งพาเงินทุนต่างประเทศน้อย โดยสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติที่ถือพันธบัตรรัฐบาลมีเพียง 8-9% เทียบบางประเทศมีสัดส่วนถึง 20-30% ซึ่งลดความเสี่ยงความผันผวนค่าเงินบาทได้ ขณะที่ภาคธุรกิจยังดูแลหนี้ต่างประเทศอย่างดี มีการใช้เครื่องมือทางการเงินมาลดความเสี่ยง ทำให้ผลกระทบต่อตลาดเงินไทยไม่มาก
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ตลาดเงินยังผันผวนสูง ธปท.แนะนำให้ธุรกิจที่ใช้เงินตราต่างประเทศ รวมทั้งผู้ส่งออกทำการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ซึ่งธนาคารพาณิชย์มีเครื่องมือที่หลากหลาย โดยขณะนี้เห็นสัญญาณที่ดี ภาคธุรกิจมีการป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะผู้นำเข้าและผู้มีหนี้ต่างประเทศ ที่เสี่ยงว่าต้นทุนเพิ่มจากบาทอ่อน
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่เน้นช่วยกลุ่มเกษตรกรและเอสเอ็มอีเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง คือ หลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อให้ผู้มีรายได้น้อย ที่สถาบันการเงินต้องพิจารณาถึงภาระหนี้ครัวเรือนที่จะเพิ่มขึ้นด้วย เพื่อไม่ให้ภาระหนี้สูงเกินไป จนกลายเป็นปัญหาต่อเนื่องในอนาคต
ด้าน กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย ประเมินว่าทิศทางค่าเงินบาทในระยะปานกลางและระยะยาวยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง ไม่ว่าเฟดจะขึ้นหรือไม่ขึ้นดอกเบี้ย โดยคาดว่าสิ้นปีนี้เงินบาทจะอยู่ที่ 36.75 บาท/เหรียญสหรัฐ และสิ้นปี 2559 อยู่ที่ 38 บาท/เหรียญสหรัฐ ขณะที่บาทจะแข็งค่าระยะสั้นถึงราวกลางเดือน ต.ค. และจะอ่อนค่าอีกครั้งก่อนการประชุมเฟดวันที่ 27-28 ต.ค.นี้
นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยมองต่างจากนักวิเคราะห์สำนักอื่น โดยเชื่อว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ต.ค.นี้ เพราะภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐค่อนข้างดี มีโอกาสเติบโต 2.8% ประกอบกับช่วงสิ้นปีมีความเสี่ยงหยุดชะงักทางการคลัง (Government Shutdown) ที่ถ่วงการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยให้ช้าเกินไป ซึ่งหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยรอบเดือน ต.ค.จริง อาจทำให้ตลาดแตกตื่นพอสมควร เงินบาทอาจจะไหลมาอ่อนค่าแรงในระยะสั้น เพราะเซอร์ไพรส์ตลาด เนื่องจากกระแสในตลาดส่วนใหญ่ขณะนี้เริ่มมีมุมมองว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า







