posttoday
‘นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ’ ลงทุนทางเลือก...ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

‘นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ’ ลงทุนทางเลือก...ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

12 ตุลาคม 2558

“นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่เจ้าของบริษัท บางกอก เดค-คอน (BKD) ณ นาทีนี้ หากไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะเธอไม่ใช่แค่ลงทุนในธุรกิจรับเหมาตกแต่งซึ่งเป็นหลัก BKD แล้ว หากภาพการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมักจะปรากฏชื่อ “นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ” หลายครั้งในหุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (PP) ซึ่งเธอจะร่วมด้วยช่วยกันซื้อกับก๊วนนักลงทุนรายใหญ่ที่ปรากฏชื่อพร้อมๆ กับเธอ คือ “สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล, วิวัฒน์ วิฑูรย์เธียร, วรพรรณ จึงทรัพย์ไพศาล” เป็นต้น ซึ่งหุ้นพีพีที่ก๊วนขาใหญ่ตลาดหุ้นเข้าไป ไม่เฉพาะหุ้นพีพีที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีหุ้นพีพีที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ รอกลับมาซื้อขาย

“นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่เจ้าของบริษัท บางกอก เดค-คอน (BKD) ณ นาทีนี้ หากไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะเธอไม่ใช่แค่ลงทุนในธุรกิจรับเหมาตกแต่งซึ่งเป็นหลัก BKD แล้ว หากภาพการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมักจะปรากฏชื่อ “นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ” หลายครั้งในหุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (PP) ซึ่งเธอจะร่วมด้วยช่วยกันซื้อกับก๊วนนักลงทุนรายใหญ่ที่ปรากฏชื่อพร้อมๆ กับเธอ คือ “สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล, วิวัฒน์ วิฑูรย์เธียร, วรพรรณ จึงทรัพย์ไพศาล” เป็นต้น ซึ่งหุ้นพีพีที่ก๊วนขาใหญ่ตลาดหุ้นเข้าไป ไม่เฉพาะหุ้นพีพีที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีหุ้นพีพีที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ รอกลับมาซื้อขาย

ล่าสุดชื่อ “นุชนารถ” ปรากฏในการซื้อหุ้นพีพีของบริษัท สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง (SGF) จำนวน 400 ล้านหุ้น มูลค่า 38 ล้านบาท ก่อนหน้าที่มีชื่อของเธอในการซื้อหุ้นพีพีของไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม (T) จำนวน 1,000 ล้านหุ้น แต่ตัวหลังนี้ต่อมาไม่ปรากฏการลงทุน และอีกหลายตัวที่เธอเข้าไปลงทุนประปรายในปริมาณที่ไม่มากนัก

การเปลี่ยนสไตล์การลงทุนของเธอมาเป็นหุ้นพีพีน่าคิด !!! จนเราต้องหาคำตอบ ????

“นุชนารถ” ในวงการรับเหมาออกแบบตกแต่ง เธอเป็นคนใจนักเลง กล้าได้-กล้าเสีย การลงทุนก็เช่นกัน เธอบอกว่า สภาพตลาดหุ้นที่ลงทุนยากจึงหันมาลงทุนในหุ้นพีพี ซึ่งบริษัทที่ระดมทุนต้องการใช้เงินลงทุนขยายธุรกิจ ประกอบกับราคาเสนอขายพีพีจูงใจในการลงทุนระยะยาว จึงหันมาลงทุนหุ้นประเภทนี้แทน เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงินกินดอกเบี้ยกับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยต่ำติดดิน

เธอบอกว่า การลงทุนหุ้นพีพีทุกครั้งต้องรู้จักเลือก เลี่ยงความเสี่ยง ???

การเลือกของเธอ คือ เลือกธุรกิจเลือกหุ้นมีพื้นฐานดี ผลประกอบการเจ๋ง ผู้บริหารมีธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์ ที่ขาดไม่ได้คือกลุ่มนักลงทุนพีพีที่เข้าไปลงทุนจะเป็นตัวสะท้อนตอบโจทย์ทั้งหมดและยังช่วยเป็นหูเป็นตาแทน   

“ถ้าธุรกิจดี ผู้บริหารดี เราก็มีความเชื่อมั่นทั้งสองอย่างในการเข้าไปลงทุน ไม่เกี่ยงว่าหุ้นจะอยู่เซ็กเตอร์ไหน กลุ่มไหน เชื่อว่าต้องได้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดี สิ่งสำคัญการไปลงทุนหุ้นพีพีไปคนเดียวไม่ได้ ต้องไปเป็นกลุ่ม มีคนช่วยวิเคราะห์จัดทำแผนลงทุนให้”

โอกาสของการลงทุนไม่ได้ขีดจำกัดเฉพาะหุ้นพีพีที่ซื้อขายแล้ว ยังมีหุ้นพีพีที่รอกลับมาซื้อขายดังเช่นที่เธอลงทุนในหุ้น SGF เธอบอกว่าไม่ได้ยึดติด ถ้ามีโอกาสลงทุนไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือการขาย ขณะเดียวกันหากราคานอกตลาดขณะนั้นเอื้อต่อการทำกำไร พร้อมขายหุ้นเปลี่ยนมือ ไม่ต้องลงทุนยาว

เธอบอกว่า ส่วนตัวเธอนั้นมีความสนใจลงทุนหุ้นพีพีไม่นาน เริ่มสนใจตอนที่ภาวะตลาดหุ้นไม่ได้ เป็นจุดที่เธอเบนเข็มจากการซื้อหุ้นในกระดานเก็บลงทุน มาเป็นหุ้นพีพีแทน เพราะคิดว่าผลตอบแทนน่าสนใจกว่า เห็นกำไรเป็นกอบเป็นกำ คุ้มค่ากับการถือลงทุน เป็นจุดที่ทำให้นักลงทุนจำนวนมากให้ความสนใจลงทุนหุ้นพีพี

“นุชนารถ” กล่าวว่า โอกาสถูกหลอกจากการลงทุนมี หากไม่ตรวจสอบ ติดตามการบริหารงาน โอกาสที่เงินไม่ทำงานก็มี ถ้าผู้บริหารหรือบริษัทไม่นำเงินทุนไปลงทุนตามแผนที่ฟุ้งไว้กับนักลงทุน ซึ่งการติดตามตรวจสอบทำได้หลายวิธี  อย่างแรกที่ได้จากกลุ่มผู้ลงทุนด้วยกันแล้ว ตนย่อมเป็นที่พึ่งของตน คอยสอดส่องสอบถาม ดูข้อมูลความคืบหน้าโครงการต่างๆ ที่สำคัญ งบการเงินที่แจ้งตลาดจะเป็นตัวบอกได้อย่างดี

ข้อคิดอย่างหนึ่งที่เธอต้องการจะบอกนักลงทุน คือ การที่มีใครมาชวนลงทุนหุ้นพีพีต้องตรวจสอบให้ดี ทั้งแผนธุรกิจ รายได้ ระยะเวลาที่หุ้นจะกลับมาซื้อขายหากเป็นหุ้นรีซูมเทรด ผู้บริหารมีความซื่อสัตย์ โอกาสที่จะถูกหลอกก็แทบจะไม่มี

“วิธีการโกงที่เจอบ่อยๆ ก็ประเภทเฟ้อขายฝัน จะทำโน่นนี่นั่น มาหลอกขายหุ้นราคาสูงๆ 20-30 เท่าของราคาพาร์ (มูลค่าที่ตราไว้) หลอกหุ้นกำลังจะกลับมาซื้อขาย ทั้งๆ ที่ผู้บริหารรู้ว่ากลับมาซื้อขายไม่ได้ ฉะนั้นการตรวจสอบก่อนการลงทุนเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญที่สุด”

ถึงแม้ว่าตอนนี้ “นุชนารถ” สนุกกับการลงทุนหุ้นพีพี แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะที่ดินเปล่า ซึ่งเธอชื่นชอบเป็นชีวิตจิตใจ และติดใจมาถึงปัจจุบัน จนไม่สามารถทิ้งการลงทุนนี้ไปได้เลย โดยการลงทุนที่ดินในพอร์ตลงทุนทั้งหมดเป็นสัดส่วนที่มากถึง 90% ขณะที่อีก 10% เป็นการลงทุนในหุ้น ซึ่งเป็นหุ้นพีพี-หุ้นที่รอกลับมาซื้อขาย หรือหุ้นก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึง 90% ของการลงทุนในหุ้นทั้งหมด

ความชำนาญในการซื้อที่ดินลงทุน เธอบอกว่า การเลือกทำเลสำคัญที่สุด เรื่องราคาเป็นรอง ต่อให้ซื้อที่ดินแพง ถ้ามีโอกาสขายได้ง่ายก็ได้ราคาที่แพงขึ้น และการรู้ล่วงหน้าแนวรถไฟฟ้า แนวถนน การได้หาที่ดินก่อนแนวรถไฟฟ้า หรือแนวถนนจะเกิดขึ้น ที่ดินที่ซื้อจะมีราคาสะดุ้งถนนขึ้นมาทันที เช่น ที่ดินที่ BKD ซื้อไว้บนถนนกรุงเทพกรีฑา 20 ไร่ อยู่ในสภาพราคาสะดุ้งถนน จาก 80 ล้านบาท สะดุ้งขึ้นมาเป็น 800 ล้านบาท

ถึงตรงนี้เราสรุปได้ว่า ไม่ว่าจะลงทุนหุ้นหรือที่ดิน ผลตอบแทนที่คุ้มค่าไม่ได้มาแค่วันเดียว !!!

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่