
‘Mosociety’ ปรับตัวรับตลาดชะลอ
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ด้วยความที่ชื่นชอบในสีสันเป็นทุนเดิม บวกกับมีแนวคิดถึง “สังคมแห่งความพอเพียง” เป็นหลัก ที่นำมาต่อยอดในการทำธุรกิจครั้งแรกที่โฟกัสไปยังกลุ่มกระเป๋าสารพัดแบบและลวดลายหลากสีสัน ที่กลายเป็นจุดขายสำคัญให้กับร้านโมโซไซตี (Mosociety) ที่ตั้งอยู่ในทำเลประตูน้ำ อาคารสินค้าอุปกรณ์ของตกแต่ง (แอกเซสซอรี่) ชั้น 5 ศูนย์การค้าแพลทินัม
สุรีพร เชื้อสุภาพ หรืออ้อ เจ้าของธุรกิจร้านโมโซไซตี เล่าให้ฟังว่า ได้เข้ามาจับธุรกิจนี้อย่างจริงจังตั้งแต่ 5 ปีก่อน ที่เกิดจากความชื่นชอบแฟชั่นสีสันต่างๆ โดยเฉพาะกระเป๋าแบบต่างๆ ที่สามารถนำมาจับคู่มิกซ์แอนด์แมตช์ได้กับทุกชุดที่แต่งกาย หรือหากเพียงแค่มีกระเป๋าสีจัดๆ สวยๆ สักใบมาหยิบใช้ในวันที่แต่งตัวสบายๆ ก็สามารถทำให้เรามีความมั่นใจหรือดูดีได้แล้ว
สำหรับการเลือกทำตลาดสินค้ากระเป๋าของทางร้าน สุรีพร ยังบอกอีกว่า เป็นเพราะสินค้ากลุ่มนี้สามารถซื้อง่ายขายคล่อง จากราคาที่เอื้อมถึงในลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ จากเดิมที่ใช้เทคนิคซื้อมาขายไปสินค้ากระเป๋าจากแหล่งต่างๆ กระทั่งสะสมทุนและต่อยอดมาสู่การผลิตควบคู่ไปกับการรับสินค้าหลากหลายแบรนด์เข้ามาจำหน่ายในปัจจุบัน
“ที่มาของชื่อร้านโมโซไซตี เกิดขึ้นในจังหวะที่บ้านเราหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสังคมพอประมาณ และเห็นว่าน่าจะนำมาใช้ชื่อแบรนด์ของร้าน เพื่อสะท้อนความคิดที่ดีที่พอเหมาะให้กับผู้คนได้ด้วย”
สุรีพร กล่าว
ขณะที่จุดเด่นของกระเป๋าทางร้าน ที่นอกจากเน้นเรื่องสีสัน สดใส จัดจ้านแล้ว ขณะเดียวกันทางร้านยังให้ความสำคัญในด้านการออกแบบและประโยชน์ใช้สอยภายใน เพื่อให้เป็นสินค้าที่ลูกค้าสามารถหยิบมาใช้งานได้บ่อยๆ ทุกวันอีกด้วย โดยปัจจุบันสินค้าของทางร้านมีมากกว่า 50 แบบ และมีการหมุนเวียนเปลี่ยนคอลเลกชั่นใหม่ๆ ภายในร้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดลูกค้าด้วย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของการทำธุรกิจใหม่ๆ ใน 2-3 ปีแรกนั้น สุรีพร บอกว่า เป็นช่วงเติบโตทางธุรกิจจากภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมที่ยังไปได้ดี ด้วยไม่มีปัญหาจากการเมืองเข้ามากระทบ ทำให้มีกำลังซื้อจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งช่วงนั้นทางร้านจะใช้วิธีการสต๊อกสินค้าเอาไว้จำนวนมาก เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ได้ตลอดเวลา โดยไม่มีปัญหาสะดุดในการส่งของ
แต่ในปัจจุบัน จากการชะลอตัวของกำลังซื้อในภาพรวมที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทางร้านยอมรับว่าได้ฉุดยอดขายให้หายไปพอสมควร ซึ่งทำให้ทางร้านต้องหันมาบริหารจัดการธุรกิจและสินค้าภายในร้านใหม่ เพื่อจะได้ไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนจากการสต๊อกสินค้ากระเป๋ามากจนเกินไปนัก ซึ่งก็เชื่อว่าเป็นวิธีที่หลายร้านที่ประสบปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อได้ดำเนินการอยู่
นอกจากนี้ ทางร้านยังใช้กลยุทธ์อื่นๆ อาทิ การจัดร้าน การดูแลลูกค้าแบบทั่วถึง เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่และรักษากลุ่มเดิมเอาไว้ให้คงอยู่กับร้านโดยไม่หนีไปไหนในช่วงภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ จากปัจจุบันสินค้ากระเป๋าของร้านโมโซไซตี จะมีทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ทั้งหญิงและชาย
ขณะที่กลุ่มลูกค้าหลักในปัจจุบันกว่า 70% จะเป็นชาวต่างชาติ ที่ชื่นชอบกระเป๋าของทางร้าน จากจุดเด่นที่กล่าวข้างต้น คือ สีสันสดใส ที่ดึงดูดกลุ่มลูกค้าชาวเอเชียอย่าง สิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย รวมถึงกลุ่มลูกค้าชาวอาหรับและตะวันออกกลางได้เป็นอย่างดี และสัดส่วนที่เหลือ 30% จะเป็นกลุ่มลูกค้าคนไทยที่ชื่นชอบลวดลายการออกแบบลายสีสันกระเป๋าของทางร้าน
สุรีพร เสริมอีกว่า ตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ทางร้านได้มีการปรับตัวทางการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดูทิศทางพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน ว่ามีความชอบสินค้าอะไร สไตล์ไหน ฯลฯ เพื่อนำมาใช้ปรับให้เข้ากับการทำตลาดสินค้าของทางร้าน
รวมถึงการใช้แอพพลิเคชั่นการสนทนา “ไลน์” เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าเอาไว้ด้วยการแจ้งสินค้าคอลเลกชั่นหรือแบบใหม่ๆ ที่ทำตลาดออกมาในขณะนี้ หรือกิจกรรมโปรโมชั่นต่างๆ ทั้งแบบค้าส่งและค้าปลีก ในกรณีที่ลูกค้าบางรายอาจไม่สะดวกที่จะเดินทางมาหาซื้อหรือดูแบบกระเป๋าใหม่ๆ ของร้านได้ด้วยตัวเอง จากหลายปัจจัยลบที่กระทบอารมณ์การจับจ่าย
จากแนวทางดังกล่าว ทางร้านหวังไว้ว่า หากสามารถประคองธุรกิจเอาไว้ในปีนี้ได้ก็น่าพอใจมากแล้ว







