posttoday
เส้นทางเปิดเสรีเกตเวย์

เส้นทางเปิดเสรีเกตเวย์

03 ตุลาคม 2558

หากคิดจะรวมเกตเวย์เหลือเพียงหนึ่งเดียว ก็เท่ากลับถอยหลังลงคลองไปอีก 10 ปี

โดย...วิทยา ปะระมะ

ประมาณ 10 กว่าปีก่อน ในยุคที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายเหมือนทุกวันนี้ การสื่อสารแห่งประเทศไทย หรือ บริษัท กสท โทรคมนาคม ในปัจจุบัน เป็นผู้ผูกขาดและกำกับดูแลบริการเกตเวย์เพียงรายเดียวของประเทศไทย

บริบทในขณะนั้น เป็นยุคที่โทรศัพท์เคลื่อนที่เริ่มใช้งานอย่างแพร่หลาย สวนทางกับโทรศัพท์บ้าน (Fixed line) ที่คนใช้งานน้อยลงเรื่อยๆ ทางออกของผู้ให้บริการโทรศัพท์บ้านในขณะนั้น คือการปรับโมเดลธุรกิจไปให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์แทน

อย่างไรก็ตาม การให้บริการบรอดแบนด์ในยุคนั้นยังมีข้อจำกัด เพราะ กสทฯผูกขาดเกตเวย์อยู่รายเดียว ทำให้ขาดแคลนแบนด์วิธ International Internet Gateway :IIG ที่จะออกต่างประเทศ ขณะเดียวกันราคาวงจร IIG ก็ยังถือว่าแพงมาก รวมทั้งเรื่องคุณภาพของสัญญาณก็ยังปัญหา ทั้งได้ความเร็วที่ต่ำ  การเชื่อมต่อสัญญาณที่ล่าช้า  มีข้อมูลที่สูญหายระหว่างการใช้งาน เนื่องจาก กสทฯไม่อนุญาตให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตนำโลคัลลูปไปเชื่อมต่อกับ IIG ทำให้ทราฟฟิกที่จะออกต่างประเทศคับคั่งจนเกิดปัญหาคอขวด

หากดูจากจำนวนแบนด์วิธ IIG ในอดีตที่ผ่านมา จะเห็นภาพชัด ในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังเชื่อมต่อผ่าน Dial-up Modem ความเร็วอินเทอร์เน็ตยังอยู่ที่ 56 Kbps ในปี 2543 ปริมาณแบนด์วิธ IIG ทั้งประเทศอยู่ที่ประมาณ 200 MB เท่านั้น

เมื่อเกิดเทคโนโลยีบรอดแบนด์ขึ้นมา ปริมาณแบนด์วิธ IIG ก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ณ สิ้นปี 2547 เป็นครั้งแรกที่ปริมาณการใช้งานแบนด์วิด IIG เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 MB

ปี 2547 นี้เอง ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมทุกชนิด รวมถึงบริการเกตเวย์ด้วย ขณะที่ กสทฯ ถูกลดสถานะกลายเป็นเพียงผู้ให้บริการรายหนึ่งเท่านั้น (ปัจจุบัน กทช. กลายเป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.)

ต่อมา วันที่ 28 ธ.ค. 2548 กทช. มีมติให้เปิดเสรีเกตเวย์ โดยคาดหวังว่าจะทำให้ราคาวงจร IIG ถูกลง ส่งผลให้ราคาค่าบริการถูกลงตามไปด้วย ตลอดจน ทำให้การเข้าถึงด้านการใช้อินเตอร์เนตของประชาชนกว้างขวางมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปิดเสรีครั้งนั้นกล่าวได้ว่าเป็นการเปิดเสรีครึ่งเดียว เพราะยังอนุญาตให้เฉพาะผู้ให้บริการเกตเวย์ที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง ดังนั้นผู้รับใบอนุญาต IIG รายใหม่ ยังต้องใช้จุดเชื่อมต่อออกต่างประเทศของกสทฯ เหมือนเดิม 

กระทั่งวันที่ 21 พ.ค. 2550 กทช.จึงมีมติอนุมัติให้ออกใบอนุญาต IIG แบบมีโครงข่ายเป็นของตนเอง เชื่อมต่อวงจรอินเทอร์เน็ตออกไปยังต่างประเทศได้โดยตรง โดยไม่ต้องเช่าใช้วงจรจาก กสทฯอีกต่อไป

จากปี 2548 ถึงปัจจุบัน มีผู้รับใบอนุญาต IIG แบบมีโครงข่ายเป็นของตัวเองไปแล้วทั้งสิ้น 13 ราย และแบบไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเองอีก 4 ราย ผู้ให้บริการเอกชนสามารถวางโครงข่ายและบริหารจัดการเพื่อให้ต้นทุนที่ดีที่สุดสำหรับการให้บริการประชาชน ซึ่งนอกจากบรอดแบนด์ผ่านทางสาย (Fixed Broadband) แล้ว การเกิดขึ้นของเทคโนโลยี 3จี หรือบรอดแบนด์ไร้สายทำให้การติดต่อสื่อสารทุกอย่างมาอยู่บนจอมือถือ ก็ทำให้ปริมาณการใช้งานแบนด์วิดอินเทอร์เน็ตโตแบบก้าวกระโดด จนเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ปริมาณแบนด์วิด IIG ของไทยสูงถึง 1,954,083 MB

จะเห็นได้ว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ เป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่พัฒนาไปทุกวันๆ หากคิดจะรวมเกตเวย์เหลือเพียงหนึ่งเดียว ก็เท่ากลับถอยหลังลงคลองไปอีก 10 ปี

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่