posttoday
ส่งออกตีกลับไตรมาส1ปีหน้า

ส่งออกตีกลับไตรมาส1ปีหน้า

02 ตุลาคม 2558

“สมคิด” มั่นใจไตรมาสแรกปีหน้า ส่งออกพลิกกลับ สัญญาณตลาดอียู-สหรัฐดีขึ้น

“สมคิด” มั่นใจไตรมาสแรกปีหน้า ส่งออกพลิกกลับ สัญญาณตลาดอียู-สหรัฐดีขึ้น

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะได้เห็นบรรยากาศเศรษฐกิจดีขึ้น หลังรัฐบาลออกมาตรการที่ทำให้มีเงินหมุนเวียนลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่การส่งออกจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นและเริ่มตีกลับมาได้ในไตรมาสแรก เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจตลาดหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ดีขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดตะวันออกกลางหลายตลาดก็มีศักยภาพ เช่น อิหร่านที่จะเริ่มเปิดตลาดตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไปนั้น จะทำให้สินค้าไทยสามารถเจาะตลาดอิหร่านได้อีกมาก โดยเฉพาะการส่งออกรถยนต์ไปตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งค่ายรถโตโยต้ามั่นใจว่าในไตรมาสสุดท้ายจะส่งออกถึง 7 หมื่นคัน“ไตรมาสแรกปีหน้าการส่งออกน่าจะพลิกกลับมาแล้ว สินค้าเกษตรของเราดูดีๆ จะเห็นว่าปริมาณไม่ได้ลดลง แต่ที่ลดคือราคา ส่งรถยนต์ก็ส่งออกเพิ่มขึ้น ถ้าตัดน้ำมันออกเราก็ติดลบเพียง 2% และขนาดภาพรวมลบ 5% เราก็อยู่ในอันดับ 5 จาก 20 ประเทศที่มีการส่งออกสูงสุด” นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังปรับยุทธศาสตร์ผลักดันการส่งออกที่หันไปเน้นการเจาะตลาดที่กำลังซื้อสูง เช่น จีนที่มีเมืองใหญ่ (Mega City) ซึ่งมีกำลังซื้อสูงไม่น้อยกว่า 20 เมือง แต่ทูตพาณิชย์ไปประจำอยู่ไม่กี่คน จึงจะมีการปรับกำลังใหม่โดยการส่งทูตพาณิชย์กระจายลงไปเจาะตลาดจีนอย่างเข้มข้น

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยยังต้องการการลงทุนจากต่างชาติที่ไม่ใช่การลงทุนผลิตสินค้าพื้นๆ แต่ต้องต่อยอดได้และใช้เทคโนโลยีสูง เช่น กลุ่มไฮเทค ปิโตรเคมี ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า คาดว่าการส่งออกไทยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะติดลบ 5.2% ส่งผลให้การส่งออกทั้งปีติดลบ 5% ส่วนปีหน้าคาดว่าการส่งออกจะบวกหรือลบ 1% และหากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นภาคการส่งออกต่อเนื่อง จะทำให้การส่งออกปีหน้าเป็นบวกได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกด้วย

นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน สรท. กล่าวว่า ยอดส่งออกเดือน ส.ค. 2558 ติดลบ 6.69% ถือว่าติดลบค่อนข้างมากในปีนี้ เพราะเข้าสู่บริบทใหม่ ต่อไปจะไม่เห็นตัวเลขการส่งออกที่เติบโตสูง 7-10% อีกแล้ว รัฐบาลจึงต้องหันมากระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

“เศรษฐกิจโลกมีโอกาสฟื้น แต่จะไม่ฟื้นแบบรวดเร็ว เนื่องจากมีสงครามทางการเงิน ทั้งสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น ยุโรป และความผันผวนค่าเงินหยวนของจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินในภูมิภาคเอเชียและตลาดโลก” นายวัลลภ กล่าว

นายวัลลภ กล่าวว่า ไทยควรเพิ่มการค้าชายแดนกลุ่มซีแอลเอ็มเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา มาเลเซีย และเวียดนาม) ให้มากขึ้น เพิ่มการเจาะตลาดกลุ่ม CIS (รัสเซีย) และเจาะตลาดเดิม เช่น แอฟริกา และตะวันออกกลาง โดยต้องเน้นทำตลาดเชิงรุก

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่