
ปลุกตลาดทุนพร้อม
สมาคม บล.เน้น วิเคราะห์ชูธุรกิจหลัก บจ.พร้อมรับทุนนอก ฝ่ายบริหารรับมือขาลง
สมาคม บล.เน้น วิเคราะห์ชูธุรกิจหลัก บจ.พร้อมรับทุนนอก ฝ่ายบริหารรับมือขาลง
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ รองประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวขณะนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนควรเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับโอกาสที่จะเกิดขึ้น และทำให้ตลาดทุนไทยเป็นตัวเลือกของกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่จะไหลกลับเข้ามาลงทุนในภูมิภาค
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยจะมีการหารือภายใน เน้นการนำเสนอบทวิเคราะห์ในด้านข้อมูลการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ของไทยมากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสและประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับเมื่อภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว เพราะเชื่อว่าธุรกิจส่วนใหญ่ของ บจ.ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้แม้ธุรกิจเสริมจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจก็ตาม
นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารของ บจ.ควรมีกลยุทธ์เพื่อรับมือหรือปรับกลยุทธ์ในระยะสั้นเพื่อประคองตัวให้ผ่านสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้ รวมถึงเตรียมแผนธุรกิจเพื่อรับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคต สามารถนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) กลยุทธ์การดำเนินให้นักลงทุนมีความมั่นใจในตัวบริษัทได้ เพื่อให้เห็นภาพปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจและ บจ.เปรียบเทียบกับภูมิภาคว่าภาพรวมของไทยยังมีความแข็งแกร่ง
ปัจจุบันสถานการณ์การชะลอตัวของเศรษฐกิจเกิดขึ้นทั่วโลก แม้ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยจะมีแนวโน้มอ่อนตัวลง แต่หากเปรียบเทียบปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยกับประเทศในกลุ่มอาเซียนยังถือว่ามีสถานะการเงินการคลังที่แข็งแกร่ง ขณะที่ภาคเอกชนยังมีความสามารถในการทำธุรกิจ แม้ภาพการส่งออกมีแนวโน้มอ่อนตัวลง ถือเป็นภาวะที่เกิดขึ้นทั่วโลกเช่นกัน
“สถานการณ์ตอนนี้ไม่ควรดูเฉพาะภายในประเทศ เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวหมด ควรมองเปรียบเทียบกับภูมิภาคว่าใครแย่กว่า และเมื่อมองแบบนี้อาจเห็นโอกาสเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและฟันด์โฟลว์ไหลกลับก็จะเป็นโอกาสของตลาดหุ้นไทย” นางภัทธีรา กล่าว
ทั้งนี้ บจ.ไทยยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเปิดเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2559 โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ที่มีตลาดขนาดใหญ่ด้วยจำนวนประชากรรวมกันประมาณ 164 ล้านคน มีขนาดพื้นที่คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่ตัวเลขการค้าตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านของไทยยังเติบโตดีประมาณ 20% ขณะที่ บจ.ซึ่งจะลงทุนออกไปในซีแอลเอ็มวีจะมีโอกาสการขยายขอบเขตการทำธุรกิจสร้างแหล่งรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งควรสร้างกลไกให้ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งรองรับระดมทุนของกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีได้มากขึ้นจากปัจจุบัน
นางภัทธีรา กล่าวต่อว่า สัดส่วนน้ำหนักการคำนวณตลาดหุ้นไทยในดัชนี MSCI ปัจจุบันไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนจะปรับตัวลดลงค่อนข้างแรงเพราะดัชนีตลาดหุ้นไทยได้อ่อนตัวลงเช่นกัน
ตัวเลขนักลงทุนต่างชาติจากต้นปี 2558 ถึงปัจจุบันที่ขายสุทธิประมาณ 1.07 แสนล้านบาท เป็นแรงขายที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค ส่วนการกลับมาซื้อสุทธิขึ้นกับหลายปัจจัยความเสี่ยงที่ยังมีอยู่ทั้งเศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยนที่ยังมีความผันผวนทำให้มีความกังวลของฟันด์โฟลว์ที่จะเข้ามา รวมถึงปัจจัยการเมืองโดยเฉพาะการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยังไม่มีความชัดเจน
สำหรับปัจจัยการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าการชะลอการปรับขึ้นจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนตัว ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลลงในระยะสั้น แต่เป็นปัจจัยที่ยังต้องติดตามและไม่มีความแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากเฟดยืดระยะเวลาการขึ้นดอกเบี้ยออกไปต่อเนื่อง และเศรษฐกิจไทยเริ่มมีการฟื้นตัว จะเป็นปัจจัยให้ฟันด์โฟลว์มีโอกาสกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย
นางภัทธีรา กล่าวว่า สิ้นปี 2558 คาดว่าดัชนีจะปิดในกรอบระหว่าง 1,350-1,400 จุด ถือเป็นกรอบที่หุ้นสามารถยืนอยู่ได้อย่างแข็งแรงหากไม่เกิดปัจจัยที่คาดไม่ถึงที่เข้ามามีผลกระทบ ส่วนปี 2559 ดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400-1,500 จุด สาเหตุที่ไม่สามารถให้เป้าหมายได้ชัดเจนเพราะยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่กระทบต่อดัชนีทั้งประเด็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในและต่างประเทศ การเมืองในประเทศ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
ขณะที่การทำงานของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยจะเน้นการตอบโจทย์นักลงทุนไทยที่ต้องแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุน ทั้งนี้เห็นว่าการลงทุนในหุ้นยังจำเป็นในพอร์ตเพื่อสร้างโอกาสการได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น โดยสมาคมจะสนับสนุนให้โบรกเกอร์ออกเครื่องการลงทุนใหม่ๆ ให้ความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการลงทุนเป็นรายบุคคล เน้นการให้ความรู้ที่ถูกต้องกับนักลงทุนและบุคลากรภายใน อีกทั้งขยายฐานผู้ลงทุนต่างจังหวัดให้เข้าถึงเครื่องมือการลงทุนเช่นเดียวกับในกรุงเทพฯ รวมถึงให้ความรู้ผู้ประกอบการไปสู่ตลาดต่างจังหวัดให้เห็นโอกาสใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งทุนเพื่อรองรับการเปิดเออีซี







