
โครงสร้างพื้นฐาน-ไอซีทีหน่วง
ขีดแข่งขันไทยเทียบอาเซียนบวก 3 อาการหนัก แนะรัฐเดินหน้านโยบายตามแผน
ขีดแข่งขันไทยเทียบอาเซียนบวก 3 อาการหนัก แนะรัฐเดินหน้านโยบายตามแผน
นายพสุ เดชะรินทร์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะพันธมิตรของเวิลด์ อีโคโนมิกฟอรั่ม ในการสำรวจดัชนีขีดความสามารถการแข่งขันโลก (Global Competitiveness Index) เปิดเผยว่า แม้เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนบวก 3 จำนวน 13 ประเทศ ไทยจะมีขีดความสามารถเป็นอันดับ 6 รองจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ และจีน แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในรายตัวชี้วัด พบว่ามีจุดอ่อนบางด้าน เช่น คุณภาพโครงสร้างพื้นฐานทางรางที่อยู่อันดับ 8 คุณภาพเครือข่ายการคมนาคมภายในประเทศที่อยู่อันดับ 9
ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีหลายด้านก็ยังต้องพัฒนาเพิ่ม เช่น กลยุทธ์ของภาครัฐด้านไอซีที และความสำเร็จของภาครัฐในการสนับสนุนไอซีที อยู่ที่อันดับ 10 จาก 13 ประเทศ ทั้งสองตัวชี้วัด
สำหรับด้านนวัตกรรมนั้น บางตัวชี้วัดมีอันดับสูงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับระดับโลก เช่น ความสามารถสำหรับนวัตกรรม ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 54 จากอันดับ 70 ในปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับอาเซียนบวก 3 ด้วยกัน ไทยยังคงอยู่ที่อันดับ 8
“ปีนี้ภาพรวมบางประเทศดีขึ้น เช่น มาเลเซีย มีอันดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 จนตอนนี้อยู่ที่อันดับ 18 เวียดนามพัฒนาตัวเองจากกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่อหัวประชากรค่อนข้างน้อย และใช้ปัจจัยต่างๆ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มาอยู่กลุ่มประเทศที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการใช้ปัจจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มาเป็นใช้ประสิทธิภาพเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งทั้งสองประเทศยังมีแนวโน้มอันดับสูงขึ้นต่อเนื่อง” นายพสุ กล่าว
ทั้งนี้ เชื่อว่ารัฐบาลและภาครัฐของไทยมีโรดแมปดำเนินงานทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไอซีที และนวัตกรรมแล้ว แต่บางเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาดำเนินการ และบางเรื่องยังไม่สามารถสื่อสารไปให้ภาคเอกชนตระหนักรู้ได้ ขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายเศรษฐกิจใหม่ๆ เช่น การพัฒนารถไฟความเร็วปานกลาง หากสามารถเดินหน้าแผนต่างๆ ได้ตามแผนในต้นปี 2559 และสื่อสารนโยบายให้ถึงภาคเอกชน อาจทำให้อันดับของไทยในตัวชี้วัดด้านต่างๆ ปรับตัวขึ้น
นายพสุ กล่าวอีกว่า สำหรับตัวชี้วัดที่ไทยมีอันดับดีนั้น ได้แก่ ตัวชี้วัดด้านการท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ได้อันดับ 2-3 จาก 13 ประเทศ เป็นรองเพียงสิงคโปร์และมาเลเซีย ด้านการเงินการธนาคาร ที่ส่วนใหญ่อยู่อันดับ 3-4 รองจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย
นอกจากนี้ เมื่อสอบถามอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ พบว่า ประเทศไทยมีอุปสรรคลดลง โดยด้านคอร์รัปชั่นนั้น ปี 2557 ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด คิดเป็น 21.4 คะแนน แต่ในปี 2558 กลายเป็นปัญหาอันดับ 2 คะแนนลดลงเหลือ 12.5 คะแนน ปัญหาความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล เคยมีคะแนนสูงถึง 21 คะแนน แต่ปีนี้ก็ลดลงเหลือ 18.1 คะแนน สะท้อนว่าไทยจัดการปัญหาได้ดีขึ้น
การจัดทำ Global Competitiveness Report 2015-2016 ของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม จัดอันดับประเทศต่างๆ 140 ประเทศทั่วโลก ผ่าน 12 ด้านหลัก 113 ตัวชี้วัด ใช้วิธีการแจกแบบสอบถามให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชนในแต่ละประเทศ ระหว่างเดือน ก.พ.-พ.ค. 2558 และการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานระดับสากล เช่น ธนาคารโลก







