
เร่งแจงเกณฑ์ซอฟต์โลน ลูกหนี้เก่า-เอ็นพีแอล กู้ได้
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ไทยมีความสับสนเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และเงื่อนไขการนำเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) จากธนาคารออมสินที่ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 4% แก่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จนสมาคมธนาคารไทยต้องนัดหารือกันนั้น
ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เงื่อนไขการอนุมัติซอฟต์โลนมี 3 ข้อ คือ 1.ห้ามรีไฟแนนซ์หนี้ตัวเอง กล่าวคือ หากลูกหนี้มีหนี้ 20 ล้านบาท กับแบงก์เอ แล้วไปขอกู้แบงก์บีได้ 30 ล้านบาท เท่ากับวงเงินกู้ 20 ล้านบาทแรกจะถูกคิดดอกเบี้ยอัตราปกติ แต่อีก 10 ล้านบาทหลังจะได้เงินกู้ซอฟต์โลนต์ที่มีดอกเบี้ย 4% หรือเท่ากับเปิดทางให้กู้เพื่อนำไปขยายกิจการ หรือใช้เป็นทุนหมุนเวียนเพื่อไปต่อยอดธุรกิจ
สำหรับเงื่อนไขที่ 2 คือ ให้กู้สูงสุดต่อรายได้ไม่เกิน 50 ล้านบาทเท่านั้น โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จะค้ำประกันสินเชื่อสูงสุดต่อรายไม่เกิน 40 ล้านบาท และเงื่อนไขที่ 3 คือ ใครมาก่อนจะได้ก่อน และหากวงเงินเต็มหรือปล่อยกู้จนครบ 1 แสนล้านบาท แล้วก็จะหยุดทันที ดังนั้นรายไหนมาช้าก็จะต้องไปใช้สินเชื่อที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า 4%
"เงินซอฟต์โลนให้สูงสุดต่อรายแค่ 50 ล้านบาท ไม่ใช่ว่าจะมาขอกู้เป็นร้อยๆ ล้านจะได้หมด ส่วนของออมสินวางเป้าหมายไว้ที่ 8,000 ล้านบาท ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปแย่งวงเงินทันหรือไม่ เพราะเชื่อว่าหมดแสนล้านบาทก่อนสิ้นปีแน่นอน" ชาติชาย กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าซอฟต์โลนวงเงิน 1 แสนล้านบาท จะมีสถาบันการเงินเข้ามาจองวงเงินครบ 1 แสนล้านบาท ก่อนสิ้นปีนี้แน่นอน เนื่องจากล่าสุดหลังจากเปิดให้เบิกเงินได้จริงแค่เพียง 2 วัน ก็มียอดอนุมัติไปแล้วกว่า 2,500 ล้านบาท โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีความพร้อมส่งเอกสารเข้ามาขอสินเชื่อได้รับอนุมัติเป็นธนาคารแรก ขณะที่ระหว่างสถาบันการเงินทั้งหมดกำลังเตรียมระบบและเปิดรับยื่นเอกสารจากลูกค้า จะต้องใช้ขั้นตอนกระบวนการราว 2-3 สัปดาห์ หลังจากนั้นยอดอนุมัติจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อยอดขอจองใช้วงเงินครบ 5 หมื่นล้านบาทแรก ออมสินจะแจ้งยอดไปยังธนาคารที่ร่วมทำข้อตกลงทั้งหมด
ด้าน ชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์และกระบวนการ ลูกค้าผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า หลังเข้ารับฟังเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลนจากสมาคมธนาคารไทยก็ได้ความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการรีไฟแนนซ์ ซึ่งในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระบุชัดว่า ห้ามรีไฟแนนซ์หนี้ก้อนเดิมเพื่อลดดอกเบี้ย เพราะไม่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม หากเป็นการรีไฟแนนซ์เพื่อขยายวงเงินเสริมสภาพคล่องสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการรีไฟแนนซ์ในธนาคารเดิมหรือรีไฟแนนซ์ออกไปยังธนาคารใหม่ โดยมีหลักเกณฑ์ว่าการปิดบัญชีวงเงินเดิมให้คิดดอกเบี้ยปกติ และวงเงินส่วนเพิ่มเท่านั้นที่จะได้ดอกเบี้ยซอฟต์โลน 4%
สำหรับลูกหนี้ที่มีประวัติเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไปแล้วนั้น ตามปกติธนาคารจะไม่ปล่อยกู้เพิ่ม แต่สำหรับเงินกู้ซอฟต์โลนนี้ธนาคารออมสินเปิดทางให้คนเป็นเอ็นพีแอลสามารถกู้ได้ด้วย โดยให้ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้พิจารณาคัดกรองลูกค้าเอง ซึ่งตรงกับจุดประสงค์ของธนาคารที่ต้องการใช้มาตรการนี้ช่วยเหลือลูกค้าที่ขาดสภาพคล่อง ไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นเอ็นพีแอลก็ตาม
นอกจากนี้ ธนาคารพร้อมปล่อยซอฟต์โลนให้กับผู้กู้รายใหม่ด้วย เช่น ธุรกิจแฟรนไชส์ เพราะเข้าใจสภาพธุรกิจเอสเอ็มอีทุกกลุ่มที่เริ่มมีการขาดสภาพคล่อง โดยขณะนี้เตรียมรายชื่อและทำเรื่องเสนอให้ธนาคารออมสินอยู่ คาดว่าจะเริ่มเบิกเงินได้สัปดาห์หน้า
ขณะที่ จิรัชยุติ์ อัมยงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารเข้าใจเงื่อนไขการปล่อยกู้ซอฟต์โลนลูกค้าเอสเอ็มอีมากขึ้น และขณะนี้มีการเตรียมตัวคัดเลือกลูกค้าที่เข้าเกณฑ์แล้ว คาดว่าจะเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ประเมินว่าจะใช้ซอฟต์โลน 1,000-2,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ระหว่างนี้ยังต้องขอความชัดเจนของรายละเอียดปลีกย่อยที่เหลือในกระบวนการสินเชื่อระหว่างธนาคารออมสินกับธนาคารพาณิชย์ เช่น หากเกิดหนี้เสียในซอฟต์โลนใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ รวมทั้งหากลูกค้าทยอยชำระหนี้คืนจะต้องคืนออมสินเลย หรือมีขั้นตอนคืนอย่างไร และหากครบกำหนดที่ต้องจ่ายหนี้คืนออมสิน จะถือว่าผิดนัดหรือต้องเสียค่าปรับ ซึ่งธนาคารต้องควักเนื้อก่อนหรือไม่ เพราะกระบวนการเอ็นพีแอลใช้เวลานานกว่าจะได้เงินคืน







