
"พลังงาน" ยันเปิดสัมปทานน้ำมันปีนี้
พลังงานลุ้นเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบ 21 ภายในปีนี้ รอกฎหมายผ่าน สนช. ระบุธุรกิจปลดคนงานอื้อซ่า
พลังงานลุ้นเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบ 21 ภายในปีนี้ รอกฎหมายผ่าน สนช. ระบุธุรกิจปลดคนงานอื้อซ่า
นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าแนวทางการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ ว่า ขณะนี้ได้รายงานความคืบหน้าร่างแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน รับทราบเป็นระยะ โดยหากเป็นไปตามขั้นตอนภายในปี 2558 จะสามารถออกประกาศเชิญชวนเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบที่ 21 ได้
สำหรับแนวทางการเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่นั้น ได้กำหนดพื้นที่ไว้ 29 แปลง โดยจะเปิดกว้างให้เอกชนเสนอรูปแบบการสำรวจและผลิตว่าจะใช้ระบบใด ระหว่างระบบสัมปทาน ระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) และระบบจ้างผลิต
ทั้งนี้ ตามกระบวนการหลังเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาร่างกฎหมายแล้ว จะนำร่างกฎหมาย 2 ฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนที่จะออกบังคับใช้เป็นกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม จากการเข้าชี้แจงรายละเอียดของร่างกฎหมายปิโตรเลียมต่อ รมว.พลังงานแล้ว เห็นว่ายังมีความเห็นที่ขัดแย้งกันอยู่มาก จึงขอพิจารณาเนื้อหาให้เข้าใจร่วมกันก่อน เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหา แต่ได้ยืนยันว่านโยบายการเปิดสำรวจปิโตรเลียมเป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญ
นางพวงทิพย์ เชื่อว่าการเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่ ยังมีนักลงทุนให้ความสนใจ แม้ว่าราคาน้ำมันดิบขณะนี้จะตกต่ำ แต่ก็เป็นโอกาสของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามาดำเนินการ ซึ่งการเลื่อนการเปิดสำรวจรอบที่ 21 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ไทยเสียโอกาสในแง่การลงทุน โดยปัจจุบันการที่ไทยไม่มีการเปิดสำรวจที่ต่อเนื่อง ทำให้บริษัทที่เกี่ยวกับการบริการในธุรกิจสำรวจและผลิต เช่น การสำรวจวัดคลื่นไหวสะเทือน ธุรกิจแท่นผลิตและอุปกรณ์ ฯลฯ ได้รับผลกระทบจนมีการเลิกจ้างไปกว่า 1,000 คน
ล่าสุด บริษัท ซีจีจี ซึ่งทำธุรกิจสำรวจวัดความสั่นสะเทือนอาจย้ายฐานไปยังเมียนมาแทน ขณะที่บริษัท ไทยนิปปอนสตีล ได้ปิดแท่นขุดเจาะ 1 แห่ง
นอกจากนี้ การบริหารแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุลงในปี 2565-2566 อันได้แก่ แหล่งสัมปทานปิโตรเลียมเอราวัณของบริษัท เชฟรอน และแหล่งบงกชของบริษัท ปตท.สผ. ก็ต้องดำเนินการให้ชัดเจนตามกรอบระยะเวลาที่รัฐบาลให้ไว้ภายใน 1 ปี ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้การผลิตต่อเนื่อง เพราะ 2 แหล่งนี้สำคัญมากต่อระบบเศรษฐกิจ เป็นแหล่งผลิตในประเทศใหญ่สุด ขณะนี้บริษัท ไอเฮชเอส กำลังศึกษาปริมาณ โดยคาดว่าภายในเดือน ต.ค.นี้จะสรุปได้
นายคุรุจิต นาครทรรพ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลปัจจุบันได้นำประเด็นเรื่องสัมปทานปิโตรเลียมมาดำเนินการที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะทราบดีถึงความสำคัญ แต่การดำเนินงานนั้นอาจจะต้องรอช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะการเปิดสำรวจรอบที่ 21 ที่มีคนคัดค้าน ซึ่งก็มีความเป็นห่วงเรื่องผลประโยชน์ที่จะตกกับประเทศชาติ ก็ต้องใช้เวลา แต่เชื่อว่าที่สุดจะเดินหน้าได้แน่







